การตรวจสอบสมุนไพรในโคเนื้อทางวิทยาศาสตร์ โดยสืบสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ เพื่อการประกอบอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงกรณีศึกษา บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสืบคันภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรในโคเนื้อ (2) เพื่อตรวจสอบตำรับยาสมุนไพรทางวิทยาศาสตร์โดยการศึกษาทดลองใช้ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่และ (3) เพื่อให้ความรู้อบรมเชิงปฏิบัติการด้านตำรับยาสมุนไพรในโคแก่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อและส่งเสริมการปลูกและขยายพันธุ์สมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้แก่เกษตรกร กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเลี้ยงโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 24 คน หมอสมุนไพร จำนวน 2 คนและปราชญ์ภูมิปัญญาเชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อขุนบ้นสี่เหลี่ยมเจริญ จำนวน 18 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกอย่างเจาะจง การดำเนินการวิจัย ได้แก่ (1) การศึกษาสภาพการประกอบการเลี้ยงโคเนื้อของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อขุนบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ (2)การสืบค้นองค์ความรู้ตำรับสมุนไพรที่ใช้โคของผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (3) การตรวจสอบความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของตำรับสมุนไพรที่ใช้ในโคโดยหมอสมุนไพรและปราชญ์เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร (4) การทดลองประสิทธิผลของตำรับสมุนไพรที่ผ่านการตรวจสอบ (5) การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านตำรับยาสมุนไพรในโคแก่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ รวมทั้งการส่งเสริมการปลูกและขยายพันธุ์สมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้แก่เกษตรกร เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความพึงพอใจ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เจาะลึกและการอภิปรายกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ ความถี่ ฐานนิยม ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สภาพการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อขุนของเกษตรกร กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อขุนบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 5 คน มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่ใช้แรงงานเฉลี่ย 3 คน อาชีพหลักส่วนใหญ่ของสมาชิกประกอบอาชีพทำนาทำไร่ รายได้จากการเลี้ยงโคเนื้อต่อปีเฉลี่ยเท่ากับ 123,261 บาท รายจ่ายจากการเลี้ยงโคเนื้อต่อปีเฉลี่ย เท่ากับ 31,833 บาท รายได้สุทธิจากการเลี้ยงโคเนื้อต่อปีเฉลี่ย เท่ากับ 91,428 บาท สมาชิกการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะในประเด็น ประกอบอาชีพแบบผสมผสาน ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และอาชีพอื่นๆ ใช้แรงงงานในครอบครัว ไม่ว่าจ้างคนอื่นมาช่วย ไม่กู้หนี้ยืมสิน และ ใฝ่หาความรู้จากการอบรม ดูงาน หรือเรียนรู้ด้วยตัวเอง สมาชิกพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกหญ้าอาหารสัตว์เฉลี่ย 1 ไร่ จำนวนโคเนื้อทั้งหมดที่เลี้ยงของสมาชิกกลุ่ม มีค่าเฉลี่ย 11 ตัว ส่วนใหญ่ได้แก้โคลูกผสมบราห์มัน-พื้นเมือง และโคลูกผสมชาโรเลส์-บราห์มัน-พื้นเมือง ส่วนใหญ่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป เพศเมีย เฉลี่ย 5 ตัว ไม่มีเพศผู้ สมาชิกยกระดับสายเลือดหรือสายพันธุ์โค โดยเพิ่มจำนวนแม่โคลูกผสมชาโรเลส์-บราห์มัน-พื้นเมืองที่มีโครงร่างดี โดยใช้น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ชาโรเลส์และกำแพงแสน ดำเนินการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ าทิ หญ้ากินนี หญ้ารูซี่ หญ้าขน เนเปิยร์ปากช่อง เป็นตัน ส่วนใหญ่ทำการเลี้ยงดูโคในรูปแบบเลี้ยงโคขุนให้อาหารหยาบ อาหารข้น มีคอกหรือโรงเรือนสำหรับโคในบริเวณบ้านพัก ทำน้ำหมักชีวภาพใช้สำหรับการเลี้ยงโค จัดเตรียมรางน้ำรางอาหารภายในคอก มีอาสาปศุสัตว์ประจำกลุ่ม ในการดูแลป้องกันรักษาโรคสัตว์ สมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.7 ไม่เคยใช้สมุนไพรป้องกันรักษาโรคโค มีสถานที่ปลูกพืชสมุนไพรป้องกันโรคโค คิดเป็นร้อยละ 38.9 สมาชิกส่วนใหญ่ดำเนินการจัดการรวมกลุ่มซื้อขายโคเนื้อมาสู่ตลาดนัดโคขุน ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยประเมินราคาตามน้ำหนัก การพัฒนาการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ในด้านการปรับปรุงพันธุ์ ด้านอาหารและการให้อาหาร ด้านการจัดการเลี้ยงดูด้านการป้องกันและรักษาโรค และด้านการตลาด พบว่า การพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้ง 5 ด้านของกลุ่มฯ ในภาพรวมของกลุ่มอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและรายบุคคลบรรลุเกณฑ์สูงสุด การสืบค้นตำรับสมุนไพรที่ใช้ในโค พบว่า ได้ตำรับสมุนไพร จำนวน 36 ตำรับ ผ่านการตรวจสอบจากหมอสมุนไพรและปราชญ์ภูมิปัญญาเชี่ยวชาญ จำนวน 8 ตำรับ ได้แก่ ตำรับยาสมุนไพรกำจัดพยาธิภายนอกจำพวกเห็บเหา 2 ตำรับ และตำรับสมุนไพรถ่ายพยาธิภายใน 6 ตำรับ การทดลองตำรับสมุนไพรกำจัดพยาธิภายนอก พบว่า ยาสูบ และหนอนตายหยาก หมักด้วยเอทานอลหรือน้ำมันก๊าด นาน 7 วัน สามารถฆ่าเห็บโคได้ร้อยละ 100 ในเวลา 3 ชั่วโมง การทดลองตำรับสมุนไพรถ่ายพยาธิภายใน พบว่า เหมือดแอ สังวาลพระอินทร์ แตงการ่วมกับบอระเพ็ด หนอนตายหยาก หมากสง และยางไม้เต็งไม้รังหรือชัน สามารถถ่ายพยาธิได้ดีในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำการถ่ายพยาธิ โดยเฉพาะตำรับแตงกาผสมกับบอระเพ็ด และยางไม้เต็งไม้รังมีประสิทธิภาพการถ่ายสูงกว่าตำรับสมุนไพรอื่นๆ สมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคบ้านสี่เหลี่ยมเจริญและเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อการอบรมเชิงปฏิบัติการในด้านวิทยากร ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ ด้านการให้บริการ ด้านสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ และด้านอาหาร/อาหารว่าง อยู่ในระดับมากทุกด้าน