การเก็บรักษาพันธุ์ไม้น้ำไส้ปลาไหล.
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการเก็บรักษาพันธุ์ไม้น้ำไส้ปลาไหลระหว่างเดือนตุลาคม 2560 ถึงเดือนกันยายน 2563โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 เป็นการเก็บรักษาเนื้อเยื่อในสภาพการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ วางแผนการทดลองแบบแฟกตอเรียลจำนวน 20 ซ้ำ เพื่อศึกษา2 ปัจจัย คือความเข้มข้นของธาตุอาหารในอาหารสังเคราะห์สูตร Murashige and Skoog (MS) ระดับความเข้มข้น ? MS และ ระดับความเข้มข้น MS ปกติ ร่วมกับการเติมสารชะลอการเจริญเติบโต ชนิด paclobutrazol ที่ระดับความเข้มข้น 0, 3, 6, 9 และ 12 มิลลิกรัมต่อลิตร ทดลองเลี้ยงเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่เปลี่ยนถ่ายอาหาร พบว่าระดับความเข้มข้นของธาตุอาหาร และระดับความเข้มข้นของสาร paclobutrazol มีอิทธิพลร่วมกันต่อการเกิดจำนวนต้นอ่อนของไม้น้ำไส้ปลาไหล (p<0.05) ซึ่งสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาพันธุ์ไม้น้ำไส้ปลาไหลคือ อาหารสังเคราะห์สูตร ? MS ที่ไม่เติม paclobutrazol สามารถชะลอการเจริญเติบโตได้ดีที่สุด กล่าวคือ ให้จำนวนต้นอ่อนต่ำสุด เท่ากับ 5.30+2.00 ต้น ชิ้นเนื้อที่ได้มีลักษณะแคระแกร็น ใบมีสีเขียวเข้ม และเนื้อเยื่อต้นอ่อนไม้น้ำไส้ปลาไหล มีอัตรารอดตาย 50 เปอร์เซ็นต์การทดลองที่ 2 เป็นการเก็บรักษาเนื้อเยื่อด้วยวิธีแช่แข็ง วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอดจำนวน 10 ซ้ำ เพื่อศึกษาวิธีการแช่แข็ง 3 วิธีคือ controlled-rate-freezing, ultra rapid freezing และ vitrification เมื่อสิ้นสุดการทดลองระยะเวลา 1 เดือน พบว่า ทั้ง 3 วิธีไม่สามารถเก็บรักษาเนื้อเยื่อได้และการทดลองที่ 3 เป็นการเก็บรักษาเมล็ดในสภาพอุณหภูมิต่ำ วางแผนการทดลองแบบสปลิตพลอต จำนวน 4ซ้ำ เพื่อศึกษาปัจจัยหลัก คือ อุณหภูมิการเก็บรักษา ได้แก่ 25 องศาเซลเซียส (สภาพห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) และ 13 องศาเซลเซียส ปัจจัยรอง คือ วิธีการเก็บรักษา ได้แก่ การเก็บเมล็ดในถุงผ้าและถุงพลาสติก และปัจจัยรองย่อย คือ ระยะเวลาการเก็บรักษา ได้แก่ 2, 4, 6, 8, 10 และ 12 เดือน เมื่อครบกำหนดตามระยะเวลาการเก็บรักษา พบว่า เมล็ดไม่สามารถงอกเป็นต้นอ่อนได้