กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาประสิทธิภาพของแท่งเพาะชำจากวัสดุเหลือใช้อินทรีย์ ที่มีการผสมปุ๋ยมูลไส้เดือน วรรณวิภา ไชยชาญ1, เอนก สาวะอินทร์1, เตือนใจ ปิยัง1 และวีระศักดิ์ ไชยชาญ2 บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของแท่งเพาะชำจากวัสดุเหลือใช้อินทรีย์ที่มีการผสม ปุ๋ยมูลไส้เดือน โดยใช้อัตราส่วนของวัสดุรองพื้น 7 อัตราส่วน คือ กากกาแฟ:ขี้เลื่อย:แกลบ: ปุ๋ยมูลไส้เดือน เท่ากับ 2:0:0:2, 0:2:0:2, 0:0:2:2, 1.33:1.33:0:1.33, 1.33:0:1.33:1.33, 0:1.33:1.33:1.33 และ1:1:1:1 ใช้กาวแป้งเปียกเป็นวัสดุประสาน อัตราส่วนแป้งมันสำปะหลัง:น้ำ เท่ากับ 1:3 ผู้วิจัยขึ้นรูปแท่งเพาะชำด้วยเครื่องอัดไฮรโดรลิคแบบอัตโนมัติที่ 1,900 psi แท่งเพาะชำที่ผลิตได้รูปทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางวงนอก 4 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางวงใน 1 นิ้ว สูง 3.5 นิ้ว และหนา 1.5 นิ้ว จากผลการศึกษา พบว่า วัตถุดิบมีปริมาณอินทรียวัตถุ และปริมาณธาตุอาหารที่จำเป็น ต่อการเจริญเติบโตของพืชหลงเหลืออยู่ สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแท่งเพาะชำได้ แท่งเพาะชำที่เหมาะสมกับการนำไปใช้งานมากที่สุดคือ อัตราส่วน 0:1.33:1.33:1.33 มีค่าเฉลี่ย ค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าความชื้น ปริมาณอินทรียวัตถุ ไนโตเจนทั้งหมด ฟอสฟอรัสทั้งหมด และโพแทสเซียมทั้งหมด การดูดซับน้ำ การพองตัว การระเหยของน้ำ และการผุกร่อน เท่ากับ 6.02 8.77 เปอร์เซ็นต์ 63.42 เปอร์เซ็นต์ 0.48 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก 0.23 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก 0.36เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก 139.44 เปอร์เซ็นต์ 4.04 เปอร์เซ็นต์ 111.56 เปอร์เซ็นต์ และ 35.11 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และการศึกษาศักยภาพของแท่งเพาะชำระหว่างเพาะชำกล้าพืช พบว่า ความสูงและความกว้างของต้นทานตะวัน โหระพา มะเขือเปราะ ผักกาดกวางตุ้งดอก และต้นพริกเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่า แท่งเพาะชำที่ผลิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ คำสำคัญ: แท่งเพาะชำ วัสดุเหลือใช้อินทรีย์ ปุ๋ยมูลไส้เดือน