การใช้อำนาจรัฐต่อพุทธศาสนาในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง การใช้อำนาจรัฐต่อพุทธศาสนาในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการใช้อำนาจรัฐในการต่อพุทธศาสนาจากสมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาถึงแนวโน้มการใช้อำนาจรัฐในการดูแลพุทธศาสนาในอนาคต 3) สร้างแนวทางและนำเสนอการใช้อำนาจรัฐที่เหมาะสมในการดูแลพุทธศาสนา ผลการวิจัยเอกสารพบว่า จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของพุทธศาสนาในประเทศไทย การปกครองคณะสงฆ์ไทย นับตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นต้นมา บางยุคบางสมัยก็มีทั้งส่วนที่เป็นจุดแข็ง ที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของคณะสงฆ์ว่าได้สร้างสรรค์คุณประโยชน์ บางยุคบางสมัยก็มีจุดอ่อนที่สะท้อนให้เห็นว่า ทางฝ่ายอาณาจักรต้องเข้ามาช่วยประคับประคองแก้ไขให้ โดยรัฐมีการใช้อำนาจกับพุทธศาสนาโดยมีทั้งอำนาจเชิงลบและเชิงบวก และการเข้าไปควบคุมการบริหารจัดการองค์กรคือคณะสงฆ์ รวมถึงศาสนาสถานและอื่น ๆ ผลวิจัยจากการสัมภาษณ์ พบว่า นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเห็นว่ารัฐกับศาสนาในประเทศไทยยังไม่สามารถแยกจากกันได้ โดยอำนาจรัฐได้เข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการองค์กรคือคณะสงฆ์ รวมถึงศาสนาสถานและอื่นๆ ในมุมมองของการใช้อำนาจรัฐที่เหมาะสมจึงต้องใช้วิธีการสรรหาคนที่เหมาะสม คือมีคุณธรรมเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจนั้น และนักวิชาการบางท่านเห็นด้วยว่ารัฐมีการใช้อำนาจไม่เหมาะสมในบางกรณี และนักวิชาการส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะมีการใช้อำนาจรัฐในการอุปถัมภ์พุทธศาสนา โดยเป็นการใช้อำนาจในเชิงบวก คือการทำนุบำรุงพุทธศาสนา ในด้านต่างๆ มากกว่าการตรวจสอบหรือจับผิด ซึ่งจะทำมาสู่ปัญหาความเสื่อมของพุทธศาสนาในที่สุด โดยแนวทางในอนาคตรัฐควรปรับบทบาทมาเป็นผู้ส่งเสริมและวางระบบให้กับศาสนทายาทใหม่ และร่วมปฏิรูปศาสนทายาทเพื่อสร้างระบบและพุทธบริษัทที่มีคุณภาพ และเมื่อมั่นคงแล้ว รัฐควรเริ่มถอนตัวและเปลี่ยนบทบาทตัวเองมาเป็นผู้เฝ้าดูและให้ความช่วยเหลือตามการร้องขอซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อไป