กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานของวัดโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การดำเนินงานของวัดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและสามารถทำให้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าถึงวัดได้ง่ายขึ้น สมมติฐานหลักของงานวิจัย คือ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านองค์กร ด้านเทคโนโลยี ด้านสังคม และด้านประชากร ส่งผลต่อทัศนคติ การยอมรับ และการใช้เทคโนโลยีของวัด ซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพของการดำเนิน ในการศึกษานี้ ผู้วิจัยได้วัดประสิทธิภาพของการดำเนินงานของวัด 3 ด้าน คือ ระดับของจำนวนพุทธศาสนิกชนที่มาใช้บริการของวัด ระดับความศรัทธาและการเป็นที่รู้จักของวัด และระดับของจำนวนเงินรับบริจาค ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานนี้มาจากแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างของวัดจำนวน 316 วัด ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล นอกจากนั้น ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 30 วัด และการคัดเลือกวัดตัวอย่างจำนวน 4 วัด ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อศึกษาความสอดคล้องของผลลัพธ์ของทดสอบสมมติฐานจากกลุ่มตัวอย่าง ผลลัพธ์หลักจากการศึกษาทั้งหมดสามารถสรุปผลได้ว่า ปัจจัยด้านองค์กรส่งผลต่อทัศนคติ การยอมรับ และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีนัยสำคัญทั้งทางสถิติและทางปฏิบัติ และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานของวัด กล่าวคือ การใช้เทคโนโลยีทำให้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าถึงวัดได้มากขึ้น นัยของผลการศึกษานี้บ่งชี้ถึงความจำเป็นที่วัดจะต้องพัฒนาปัจจัยด้านองค์กรเพื่อทำให้เกิดทัศนคติในการยอมรับและการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัดและพุทธศาสนิกชน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
.
งานวิจัยนี้อยู่ในระดับ SRL2 เพราะเป็นงานวิจัยที่ศึกษาถึงปัญหาและแนวทางของการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรของวัดและการลดระยะห่างของพุทธศานิกชนกับวัดในประเทศไทย