Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากบนวิถีความหลากหลายของทุนทางปัญญาเพื่อยกระดับผลิตผลชุมชนเมืองเชิงคุณค่าสู่การสร้างมูลค่าของผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ดุสิตแบรนด์

ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นแผนงานโครงการวิจัยมี 4 โครงการวิจัยย่อย พบผลการวิจัยดังนี้ (1) โครงการย่อยที่ 1 การมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนเมืองในการออกแบบผลิตผลจากความหลากหลายของทุนทางปัญญาและทุนมนุษย์เพื่อสร้างศักยภาพการพึ่งตนบนวิถีพอเพียง พบผลการวิจัยว่า ผู้นำชุมชนเมืองมีการอาศัยอยู่ในชุมชนมากกว่า 30 ปีขึ้นไป สูงสุดอาศัยอยู่ในชุมชน 79 ปี จึงมีบทบาทสำคัญในการระดมทุนปัญญาและทุนมนุษย์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา พร้อมกับการใช้ทุนเพื่อประโยชน์ของชุมชนเพื่อสร้างอัตลักษณ์ และส่งเสริมให้กลุ่มผู้สูงอายุที่ทำงานระหว่างวันได้มีรายได้ ทั้งนี้โดยประชาชนมีสำนึกร่วมกันว่าเอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นของชุมชนจะมีองค์ประกอบคือ วัด บ้าน โรงเรียน เป็นลักษณะแบบ “บวร” ชุมชนใกล้วัง วัด รัฐสภาไทย พื้นที่เหล่านี้ภูมิปัญญาความรู้ การสร้างองค์ความรู้ในทุกมิติเพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนไปพร้อมกัน โดยเริ่มแสดงบทบาทผู้นำใน 7 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการร่วมคิด (ค่าเฉลี่ย 3.69) กระบวนการร่วมประเมินผลและใช้ประโยชน์ (ค่าเฉลี่ย 3.52) กระบวนการร่วมกันรับผลลัพธ์ (ค่าเฉลี่ย 3.51) กระบวนการร่วมวางแผน กำหนดเป้าหมาย เลือกคน (ค่าเฉลี่ย 3.47) กระบวนการร่วมออกแบบความคิด (ค่าเฉลี่ย 3.45) กระบวนการร่วมกันถอดบทเรียนและติดตามต่อเนื่อง (ค่าเฉลี่ย 3.38) และกระบวนการร่วมลงมือทำงาน (ค่าเฉลี่ย 3.36) และชี้ชัดถึงเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เขตดุสิต คือ “วัด วัง ตำหนัก รัฐสภา พระรูปทรงม้า มหาวิทยาลัย นวดไทยวัดประชาระบือธรรม” โดยกลุ่มผู้นำขับเคลื่อนชุมชนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตในการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างเรียบง่าย ภายใต้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการดำรงชีพ (ค่าเฉลี่ย 4.56) การมีเหตุผลในการดำรงชีวิตต้องรู้จักเคารพกติกาของชุมชน (ค่าเฉลี่ย 4.43) และการตระหนักว่าเราต้องพึ่งตนเองก่อนค่อยพึ่งพารัฐ (ค่าเฉลี่ย 4.31) ส่วนปัจจัยพื้นฐานบุคคลที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อว่า “ดุสิตแบรนด์” บนความหลากหลายของทุนทางป?ญญาทุนมนุษย์ ได้แก่ เพศหญิง อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ระดับการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบธุรกิจส่วนตัว พ่อบ้านแม่บ้าน และรายได้ไม่เกิน 10,000 บาท โดยได้ร่วมกันออกแบบโลโก้ดุสิตแบรนด์มีองค์ประกอบหลักคือ “ตำหนัก วัด วัง” โดยมี 3 ร. คือ ราษฎร ราชภัฏ ราชการ และสีที่เป็นเอกลักษณ์ คือ “ฟ้า” แสดงถึงสรวงสวรรค์ชั้นดุสิต “ขาว” แสดงถึงวัดวาอารามที่มีอยู่ประจำประเทศ อาทิ วัดราชา วัดเบญมบพิตร “ทอง” แสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวย เจริญรุ่งเรืองดังทองคำที่มีค่ามีราคา พร้อมกับการแสดงลักษณะ “ความเป็นดุสิตแบรนด์” ต้องประกอบด้วย 7 ขั้นบันได ประกอบด้วยบันไดขั้นที่ 1 “ภูมิชุมชน บันไดขั้นที่ 2 “อัตลักษณ์ชุมชน” บันไดขั้นที่ 3 “การมีส่วนร่วมชุมชน” บันไดขั้นที่ 4 “พัฒนาองค์ความรู้ชุมชน” บันไดขั้นที่ 5 “ผลิตภัณฑ์ชุมชน” บันไดขั้นที่ 6 “สร้างชื่อเสียงชุมชน” บันไดขั้นที่ 7 “มาตรฐานชุมชน” (2) โครงการย่อยที่ 2 การพัฒนาทุนทรัพยากรสิ่งแวดล้อมบริบทเมืองสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของคนเมืองและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน พบผลการวิจัยว่า ในพื้นที่เขตดุสิตมีผู้เชี่ยวชาญ ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ มากกว่า 10 ปี และเป็นแหล่งสมุนไพรต้นแบบที่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากทุนทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และแปรรูปออกแบบให้เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ และได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ที่จะสามารถต่อยอด อนุรักษ์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งได้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทา ถู นวด ได้แก่ 1) ยาดมสมุนไพร (ชิลหานางไพล) 2) พิมเสนน้ำ (หัตถาธารา) 3) ยาหม่องว่านสมุนไพร (หทัยพญาว่าน) 4) น้ำมันเหลืองสมุนไพร (เสน่ห์นางคำ) 5) น้ำมันนวด (วิมานเวชสุนันทา) และผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์สมุนไพร อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.24) แสดงให้เห็นว่า การนำเอาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาเสริมสร้างกระบวนการด้านสุขภาพ ทั้งทางด้านกาย และจิตใจเป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง (3) โครงการย่อยที่ 3 การยกระดับสมรรถนะผู้ประกอบการในสร้างมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของผลิตภัณฑ์ชุมชนเมืองเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้าดุสิตแบรนด์ พบผลการวิจัยว่า สมรรถนะของผู้ประกอบการชุมชน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านจุดแข็ง ได้แก่ มีประสบการณ์เป็นอย่างดีในกระบวนการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ มีการพึ่งพาตนเองต่อเนื่อง และด้านจุดอ่อน ได้แก่ ยังขาดองค์ความรู้ทักษะความสามารถด้านการพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ แนวทางการยกระดับสมรรถนะผู้ประกอบการชุมชน คือ ขั้นที่ 1 ยกระดับสมรรถนะผู้ประกอบการชุมชน ขั้นที่ 2 พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์อัตลักษณ์ ขั้นที่ 3 สร้างมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมให้กับผลิตภัณฑ์ ขั้นที่ 4 ผลักดันผลิตภัณฑ์สู่การเป็นสินค้าดุสิตแบรนด์ ส่วนรูปแบบการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์อัตลักษณ์ คือ นำเอาทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาที่สาคัญของชุมชนมาใช้สร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ คือ การออกแบบเรื่องราว/เรื่องเล่าเพื่อสร้างมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม โดยทำควบคู่ไปกับการปรับปรุงรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ (4) โครงการย่อยที่ 4 การพัฒนาอัตลักษณ์สินค้าดุสิตแบรนด์สู่ตลาดอัจฉริยะ (Intelligence Market) สร้างคุณค่าและมูลค่าให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ยั่งยืน พบผลการวิจัยว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ Multi-Layer Perceptron Neural Network และ Cor-relation-based Feature Selection เป็นประสิทธิภาพของโมเดลสูงสุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในงานนี้ โมเดลนี้มีประสิทธิภาพความแม่นยำถึง 89.80% ในขณะที่มี Mean Absolute Error ที่ 0.102

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมของประชาชนWell-beingPublic Participationผลิตภัณฑ์ชุมชนCommunity Productsurban communityสุขภาวะที่ดีIntelligence Marketตลาดอัจฉริยะ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากตาลโตนดบนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น

อุทัยวรรณ ภู่เทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2558

การพัฒนารูปแบบการสร้างนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง

นายธีรศักดิ์ อุ่นอารมย์เลิศ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2557

การเพิ่มศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

จง บุญประชา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2558

การวิจัยเชิงบูรณาการเพิ่มขีดความสามารถการมีส่วนร่วมของชุมชน สู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ภรณี หลาวทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2560

การพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาด้าน หัตถกรรมพื้นบ้านจักสานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อุทัยวรรณ ภู่เทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2559

การวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนบนฐานความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในจังหวัดนนทบุรี

วิทยา เมฆขา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2551

การพัฒนาชุมชนนวัตกรรมต้นแบบเพื่อการจัดการตนเองบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่จังหวัดน่าน

บานจิตร สายรอคำ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

การพัฒนารูปแบบการสร้างนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง

ธีรศักดิ์ อุ่นอารมย์เลิศ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

การพัฒนาภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านสู่นวัตกรรมชุมชน กรณีศึกษา อำเภอโขงเจียม อำเภอสิรินธร และอำเภอบุณฑริก

ศิริวรรณ ประสพสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

การพัฒนารูปแบบการสร้างนวัตกรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง

ธีรศักดิ์ อุ่นอารมณ์เลิศ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558