พัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมอย่างเป็นธรรม ๒) เพื่อพัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมอย่างเป็นธรรม ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ๓) เพื่อสร้างรูปแบบความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ กลุ่มตัวอย่าง และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้นำชุมชน ประชาชนชุมชนวังกะ ภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน ๒๕ คน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research Methodology) โดยการวิจัยแบบมีส่วนร่วม และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ผสมผสานเข้าด้วยกัน ผลการวิจัยพบว่า ๑. สภาพปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนวังกะ เกิดจากการพัฒนาที่ไม่สมดุล เนื่องจากการพัฒนาที่เน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว ทำให้ชุมชนวังกะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนา ที่มีความชัดเจนทั้งในมิติด้านแนวคิดพื้นฐานและแนวทางการปฏิบัติเพื่อความสมดุล และยั่งยืน โดยภาพรวมของกระบวนทัศน์การพัฒนาชุมชน ๒. การเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมอย่างเป็นธรรม ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้แบ่งออกเป็น ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) การพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจของชุมชนบ้านวังกะ คือ มีข้าว ปลา ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่นเพื่อการยังชีพ และนำส่วนเกินเข้าร่วมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน มีแนวทางที่ผู้นำชุมชน เรียกว่า “ผลผลิตวิถีชุมชน” หรือ “ผลผลิตวิถีพอเพียง” เป็นแนวทางรูปธรรมที่ขยายตัวในพื้นที่ชุมชนบ้านวังกะ ๒) การพึ่งตนเองทางสังคมของชุมชนบ้านวังกะ คือ การเสริมสร้างให้ประชาชนในชุมชนร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ปัจจัยพื้นฐานบางอย่างไม่สามารถพึ่งตนเองในครอบครัวได้ ต้องพัฒนาการพึ่งตนเองอย่างเป็นระบบ ๓) การพึ่งตนเองด้านทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนบ้านวังกะ คือ เป็นการพึ่งตนเองบนฐานองค์ประกอบ ๓ ประการ คือ “คน ความรู้ และทรัพยากร” โดยการพัฒนาศักยภาพของคน ค้นหาทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด บนฐานความรู้ภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่น ๔) การพึ่งตนเองทางด้านจิตใจของชุมชนบ้านวังกะ คือ ยึดหลักธรรมทางศาสนาหล่อหลอมการดำเนินชีวิต ปฏิบัติกิจทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอตลอดปี ที่เป็นรูปธรรมที่สุด คือ “นพปฏิญาณเศรษฐกิจพอเพียง” คำปฏิญาณ ๙ ข้อ ที่ถอดเอาหลักปฏิบัติรูปธรรม ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นวินัยเหล็กในการดำเนินชีวิต ไม่โน้มเอียงไปตามกระแสบริโภคนิยม และโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ๓. รูปแบบความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้นั้นคือ การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้ทุกคนในชุมชนวังกะควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสในชีวิตให้แก่ตนเองมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีฐานการพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีความหลากหลาย และแข็งแกร่งมากขึ้น ส่งเสริมการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม ปรับโครงสร้างทั้งระบบให้สนับสนุนการกระจายรายได้และเป็นเครื่องมือสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรและการถือครองทรัพย์สิน พัฒนาการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีสารสนเทศและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมบทบาทของภาคธุรกิจเอกชนในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมแก่คนในชุมชนรวมทั้งยกระดับคุณภาพ ระบบการคุ้มครองทางสังคมให้ครอบคลุมทุกคนอย่างทั่วถึงสอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็น