การสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาการรับรู้ การเฝ้าระวัง และพฤติกรรมการเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย ๒) เพื่อพัฒนาชุดความรู้และมาตรการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย ๓) เพื่อเสริมสร้างกระบวนการและเครือข่ายทางสังคมในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสานทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพ และเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการศึกษาจากนโยบายของมหาเถรสมาคม แนวปฏิบัติของคณะสงฆ์ในระดับจังหวัดและชุมชน จำนวน ๑๒ จังหวัด จากผู้ให้ข้อมูล ๕๒๘ ราย แล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อให้ได้ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ ผลการศึกษาพบว่า ๑. กระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย พบว่า ในรอบ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีมติและคำสั่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจำนวน ๑๒ เรื่อง เช่น ห้ามภิกษุสามเณรเสพยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๑ การให้วัดเป็นศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนารวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท เพื่อร่วมคัดกรองในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจากนโยบายและมติมหาเถรสมาคมดังกล่าว คณะสงฆ์ได้มีกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ กิจกรรมของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) การให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องยาเสพติดแก่ประชาชน การส่งเสริมการกีฬาและวัฒนธรรมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด เป็นต้น ๒. ความรู้และมาตรการป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย พบว่า ความรู้และมาตรการสร้างการรับรู้ การป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดโดยคณะสงฆ์ในระดับวัด จังหวัดและมหาเถรสมาคมได้ใช้หลักการ หลักทางธรรมนำทางโลก ดังนี้ ๒.๑ รูปแบบและกระบวนการป้องกัน และการแก้ไขยาเสพติดในระดับวัด เรียกว่า กำแพงวัด ๕ ชั้น ประกอบด้วย ๑) การคัดกรองผู้ขอบวชและการตรวจสอบประวัติรายบุคคล ๒) การจัดให้มีพระพี่เลี้ยงและอบรมตามพระธรรมวินัย ๓) การอบรมถวายความรู้เรื่องยาเสพติดแก่พระสงฆ์ ๔) การตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ ๕) การเฝ้าระวังยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่วัดโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ๒.๒ รูปแบบและกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับจังหวัด เรียกว่า กำแพงเมือง ๕ ชั้น ประกอบด้วย ๑) การถวายความรู้และสร้างพระสงฆ์แกนนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ๒) การตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์เชิงรุก ๓) การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้วัดเป็น วัดส่งเสริมสุขภาพ ๔) การบูรณาการกิจการคณะสงฆ์กับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ๕) การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ๒.๓ รูปแบบและกระบวนการป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ไทยเรียกว่า กำแพงธรรม ๓ ชั้น ประกอบด้วย ๑) การส่งเสริมความรู้และการเฝ้าระวังปัญหาติดยาเสพติดของคณะสงฆ์ ๒) การส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนากับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาสเพติด ๓) การส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ๓. ผลการเสริมสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของพระสงฆ์ในสังคมไทย จากการศึกษาร่วมกับวัดและคณะสงฆ์ในพื้นที่ ๑๒ จังหวัดต้นแบบในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พบว่า พระสงฆ์ในสังคมไทยได้ดำเนินการเสริมสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ ๑) การจัดประชุมร่วมกับคณะสงฆ์ในระดับวัดและจังหวัด ๒) การพัฒนาความรู้และแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการแก้ไขยาเสพติดของพระสงฆ์ ๓) การจัดกิจกรรม การรณรงค์ การจัดนิทรรศการส่งเสริมการรับรู้ การเฝ้าระวัง การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของพระภิกษุ สามเณร รวมทั้งวัดและชุมชน ๔) การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับคณะสงฆ์ในระดับจังหวัด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสถานีตำรวจในพื้นที่ ๕) การเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด และ ๖) การส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน (ชรบ.) เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการรับรู้ การเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดคำสำคัญ : ยาเสพติด, การป้องกันและแก้ไข, คณะสงฆ์ไทย