การแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับด้วย เซสโมเดล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยโดยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quazi-experimental research) โดยทำการศึกษาทดลองในชุมชน (community trial) เพื่อพัฒนากระบวนศึกษาผลของกระบวนการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับด้วยวิธีบรูณาการแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการจัดระบบ การสร้างพลังและการขับเคลื่อนทางสังคม ในการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อใช้ในการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ ในเขตอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างคือ ประชาชนที่มีอายุ 18- 60 ปีและในเขตตำบลขุนทอง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้จากการสุ่มแบบ simple random sampling จากพื้นที่ที่มีความชุกของโรคพยาธิใบไม้ตับสูงสุด 5 อันดับ จำนวน 80 คน โดยเป็นกลุ่มตัวอย่างจากหมู่บ้านในกลุ่มทดลองจำนวน 40 คน กลุ่มตัวอย่างจากหมู่บ้านกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 40 คน เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ กิจกรรมเซสโมเดล แบบสัมภาษณ์การจัดระบบ การสร้างพลังและการขับเคลื่อนทางสังคม และแบบสอบถามความรู้ เจตคติและการปฏิบัติตน การป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยการวัดผลการทดลองเป็น 5 ระยะ คือ ระยะก่อนการทดลอง เดือนที่ 1 เดือนที่ 2 เดือนที่ 3 และระยะหลังเสร็จสิ้นการทดลอง 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงวิเคราะห์ t-test และ One-way repeated measure ANOVA ผลการทดลอง พบว่า การจัดการระบบในการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ การสร้างเสริมพลังอำนาจในการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ และการขับเคลื่อนทางสังคมและนโยบายสาธารณะในการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งภายหลังการทดลองกับกลุ่มแกนนำที่ได้รับโปรแกรมกระบวนการ เซส โมเดล สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) คือ ในชุมชนได้มีการจัดระบบที่ดี (p-value 0.001, 95% CI: 0.10-0.19) ประชาชนในชุมชนมีการสร้างเสริมพลังอำนาจมีส่วนร่วมในการดำเนินแก้ไขปัญหาด้วยกันในทุกภาคส่วน (p-value 0.001, 95% CI: 0.71-2.09) โดยขับเคลื่อนนโยบายที่ได้จากชุมชนอย่างต่อเนื่อง (p-value <0.001, 95% CI: 0.71-1.4) ทำให้การติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับ ในกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมกระบวนการ เซสโมเดล นั้นลดลง แตในทางตรงกันข้ามยังมีกลุ่มเปรียบเทียบติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับถึงร้อยละ 7.5 รวมไปถึงประชาชนแกนนำได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เจตคติที่ดีและการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับภายหลังการทดลองกับกลุ่มแกนนำที่ได้รับโปรแกรมกระบวนการ เซส โมเดล สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) เช่นกัน ซึ่งทำให้ชุมชนเห็นความสำคัญของโรคพยาธิใบไม้ตับทำให้สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับในชุมชนอย่างยั่งยืนได้