ความชุกของการติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กของประชาชน โดยการใช้ croprp-DNA วินิจฉัย เขตภาคเหนือตอนบน ประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกอัตราการติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับและพยาธิ ใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กของประชาชน โดยการใช้ copro-DNA วินิจฉัย เขตภาคเหนือตอนบน ประเทศ ไทย ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือน เมษายน ถึงกันยายน พ.ศ. 2560 ทำการศึกษาจากประชากร ใน 8 จังหวัด เขตภาคเหนือตอนบน กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชากรในกลุ่มอายุ ระหว่าง 18-70 ปี ใช้ การสุ่มตัวอย่างแบบ Cluster random sampling จำนวน 30 กลุ่มๆ ละ 50 คน รวม 1,500 คน ทำ การวินิจฉัยด้วยการตรวจดุจจาระหาไข่พยาธิ ด้วยวิธี Modified Kato Katz technique ua: ตรวจหาดีเอ็นเอในอุจจาระ (copro-DNA) โดยใช้เทคนิค polymerase chain reaction (PCR) และ วิเคราะห์ผลทางสถิติเชิงพรรณนา แสดงด้วยค่าเฉลี่ยร้อยละ ผลการศึกษาความซุกของโลคทนธนพยาธิตรรรจหาไข่หรือตัวอ่อนในดูจาระโดย วิธี modified Kato-Katz technique wบอัตราความชุกของโรคเฉลี่ยร้อยละ 12.9 (194/1,500) หนอนพยาธิที่ตรวจพบมากที่สุด ได้แก่ ไช่คล้ายพยาธิใบไม้ตับ (Ov-like: Opisthorchis viverrini- like eqqs) ร้อยละ 11.5 (172/1,500) รองมา ได้แก่ ตัวอ่อนพยาธิเส้นด้าย ไข่พยาธิตัวตื่ด พยาธิ ปากขอ พยาธิแส้ม้า และพบพยาธิหลายชนิดในคนเดียว ร้อยละ 11.2, 0.9, 0.5, 0.4, 0.2 และ 1.0 ตามลำดับ จำแนกรายจังหวัดพบไข่คล้ายพยาธิใบไม้ตับ มากสุดที่จังหวัดลำพูน รองลงมา ได้แก่ น่าน เชียงใหม่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ร้อยละ 21.0, 18.0, 17.0, 16.7, 15.0, 7.0 และ 6.0 ตามลำดับ โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่พบไข่คล้ายพยาธิใบไม้ตับ ผลการตรวจหาดีเอ็นเอในตัวอย่างอุจจาระ โดยใช้เทคนิค PCR จากตัวอย่างอุจจาระ ทั้งหมด 254 ราย พบให้ผลบวกเฉพาะพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็กชนิด Haplorchis taichui จำนวน 184 รายร้อยละ 72.44 (PCR product ขนาด 186 bp) ให้ผลลบในทุกตัวอย่างของพยาธิ ไปไม้ตับ Opisthorchis viverrini โดยทำการทดลองช้าจำนวน 3 ซ้ำ ผลการวิจัยในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการตรวจวินิจฉัยโรคหนอนพยาธิโดยวิธีประจำของกระทรวง สาธารณสุข ที่ครรจพบไล่คล้ายพยาธิไปได้ดับนั้น น่าจะป็นใช่ธงพยาธิในใช้ผ้าใช้ชนาดเห็น ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง ของปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ลำไส้ ขนาดเล็กในเขตภาคเหนือบน ดังนั้น การวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับจากกล้องจุลทรรศน์ในงานปกติ จึงต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานที่มีความชำนาญในการวินิจฉัยจำแนกชนิดของพยาธิใบไม้ตับและพยาธิ ใบไม้ลำไส้ออกจากกันชัดเจนเนื่องจากความรุนแรงของโรคและอันตรายผลของการใช้ยารักษา พยาธิใบไม้ตับที่มีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ การกำหนดนโยบายแนวทางการดำเนินงาน จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางระบาดวิทยาของโรคให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามพยาธิทั้ง สองชนิดนี้ติดจากการบริโภคปลาเกล็ดขาวน้ำจืดแบบดิบๆ สุกๆ จำเป็นต้องดำเนินการให้ความรู้ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อไป