Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2553

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และเทคนิคอณูชีววิทยาเพื่อศึกษาการระบาดขอพยาธิใบไม้ในพื้นที่เกษตรกรรมแอ่งฝาง-แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ชโลบล วงศ์สวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และเทคนิคอณูชีววิทยาเพื่อศึกษาการระบาด ของพยาธิใบไม้ในพื้นที่เกษตรกรรมแอ่งฝาง-เม่อาข จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ส่วน คือ 1) ศึกษาการระบาดของพยาธิในปลา หอย และอุจจาระในคน 2) ตรวจสอบทางอณูชีววิทยา โดยใช้ spccific primer 3) หาความสัมพันธ์เชิงวัฒนากรของพยาธิที่สำรวจพบ 4) จัดทำแผนที่การระบาดโดย ใช้ข้อมูลการระบาดของพยาธิ และข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ร เผยแพร่ข้อมูลสู่ชุมชน จากผลการศึกษาการ ระบาดของหนอนพขฃยาธิในปลาพบพยาธิทั้งหมด ! ! ชนิด แบ่งเป็นพยาธิใบไม้ 6 ชนิด ได้แก่ Haplorchis taichui, Haplorchoides sp. Stellantchasmus falcatus, Centrocests caninus, Opisthorchis viverrini, trematode unknown 1และ trematodc unknown 2 พบพยาธิตัวตืด 2 ชนิด ได้แก่ Pychobothrium rojanapaibuli และ Senga chiangmaiensis พยาธิตัวกลม 3 ชนิด ได้แก่ Rhabdochona sp. Spinitectus sp. Camallanus anabantis และ nematode unknow 1 และพยาธิหัวหนาม 1 ชนิด ได้แก่ Palisentis sp. โดยฤดูฝนมีค่าความชุกรวมมากที่สุดท่ากับ 73.95* รองลงมาคือฤดูหนาวมีค่ท่ากับ 71.19% และฤดู ร้อนมีค่าน้อยที่สุดมีค่าเท่ากับ 62.17% สำหรับการศึกษาการระบาคของพยาธิในหอยพบว่าฤดูหนาวมีค่า ความชุกรวมมากที่สุด เท่ากับ 13.27% รองลงมาคือฤคูร้อน มีค่าเท่ากับ 5.97% และฤดูฝนมีค่าน้อยที่สุด เท่ากับ 4.25% และพบตัวอ่อนพชาธิใบไม้ระยะเซอร์คาเรียจำนวนแได้แก่ parapleurolophocercous cercaria, cchinostome cercaria และ xiphidio cercari ดยพบ paraplcurolophocercous ccrcara มากที่สุดในทุกฤดู และผลการตรวจอุจจาระในคนพบไข่ของพยาธิ ทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ พขาธิใบไม้ H. taichi พยาธิปากขอ พยาธิตัวด และพยาธิหัวหนาม ทั้งนี้พบไข่ ของพขาธิใบไม้ H. (aichi มากที่สุด และการตรวจสอบมตาเซอร์าเรีย เซอร์คาเรีย และไข่จากอุจจาระ โดยใช้ specific primer ของพยาธิ H. (aichi และ 0. viverini พบว่าให้ผลการศึกษาตรงกับการศึกษา ทางสัณฐานวิทยา และในกรณืของพยาธิใบไม้ดับ O. viverin ที่พบในปลามะไฟ (Pantius stoligamus) จากอำเภอฝางนั้น ก็ให้แถบดีเอ็นเอตรงกับพซาธิตัวเต็มวัย ทำให้สามารถยืนข้นได้ว่ามีการระบาดของ พยาธิชนิดนี้แน่นอน แต่ในกรณีของการตรวจสอบไข่ที่พบในอุจจาระนั้น พบว่าไข่ของพาธิใบไม้ที่พบ ส่วนใหญ่เป็นไข่ของพยธิใบไม้ลำไส้ H. ichui สำหรับการระบาดเชิงพื้นที่นั้นพบว่าแม่น้ำกก และส่วนใหญ่เป็นไข่ของพยาธิใบไม้ลำไส้ H. taich สำหรับการระบาคเชิงพื้นที่นั้นพบว่าแม่น้ำกก และ แม่น้ำฝางมีการระบาดของพาธิอยู่ในระดับที่สูงมาก ขณะที่แม่น้ำแม่ใจมีการระบาดในระดับต่ำกว่า เมื่อนำผลตรวจอุจจาระในคนมาพิจารณาชิงพื้นที่พบว่าอัตราการติดพยาธิ HI, (aichui ของคนที่อาศัยอยู่ รอบๆ แม่น้ำมีอัตรสูงกว่าคนที่อาศัยอยู่ห่างจากแม่น้ำ การศึกษาความสัมพันธ์ของพยาธิที่สำรวจพบว่า ที่ 25%? similriy สามารถแบ่งกลุ่มพยาธิออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยพยาธิ H. taichui, H. pumilio, Haplorchoides sp. กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย S. falcatus, C. canints, Echinostoma sp. และO. viverrini กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย Rhabdochona sp. และ Spiniectus sp. กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ 5 และ กลุ่มที่ 6 มืเพียงชนิดเดียว คือ Camallanus abantis, nematode unknownl และ Senga chiangmaiensis ตามลำดับ ไดยพยาธิที่พบในแต่ละกลุ่มจะมีความใกสัชิดกันทางวิวัฒนาการภายในกลุ่มมากกว่าอยู่ต่าง กลุ่ม สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ไดยสรุปแล้วจากการได้รับข่าวสารช้อมูลจากการ ผขแพร่งานวิจัยครั้งนี้ ชาวบ้านมีการตื่นกลัวต่อการติดพยาธิ แต่บางส่วนยังไม่ละทิ้งวิถีชีวิต และ วัฒนธรรมในการบริโภคอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการติดพซาธิ ขณะเดียวกันกี่มีแนวคิดในการป้องกัน และรักษาไดขการตรวจการติดพชาธิจากอุจจาระ และกินยาถ่ายพยาธิเป็นระยะ ซึ่งได้รับการบริการ ตรวจจากหน่วยงานสาธารณะสุขในพื้นที่ และจกการบริการของใครงการวิจัยในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ ตามก็ยังมีบางคนที่ยังจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดพยาธิ และไม่มีการป้องกันรักษา ซึ่งการนำเสนอผลการวิจัย ให้ความรู้ผ่านกรอบรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้สู่ท้องถิ่น รวมทั้งการมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอภิปรายผลการวิจัยร่วมกัน จะเป็นการสร้างโอกาส และวิธีการในการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

คำสำคัญ

Geographic Information SystemChiang Maiเชียงใหม่ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์Trematodeพยาธิใบไม้วิธีอณูชีววิทยาFang-Mae Aimolecular methodแอ่งฝาง-แม่อาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และเทคนิคอณูชีววิทยา เพื่อศึกษาการระบาดของพยาธิใบไม้ ในพื้นที่เกษตรกรรมแอ่งฝาง-แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ชโลบล วงศ์สวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การระบุชนิดเชิงโมเลกุลของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ระยะเซอร์คาเรียในหอยเพื่อประเมินผลกระทบการใช้พื้นที่เกษตรกรรมในชนบท

ชโลบล วงศ์สวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

การประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันหัวเขียว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

สุพัตรา เจรสาริกิจ พ.ศ. 2561

ระบบแผนที่ออนไลน์เพื่อรายงานแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย กรณีศึกษาตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

สืบพงษ์ พงษ์สวัสดิ์ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น พ.ศ. 2559

โครงการวิจัยพัฒนาระบบเตือนภัยศัตรูอ้อย ในแหล่งปลูกที่สำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ชยันต์ ภักดีไทย กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

ความชุกและความหลากหลายทางพันธุกรรมของเชื้อปรสิตที่นำโดยแมลงในกระบือไทย

มรกต แก้วธรรมสอน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การตรวจสอบชนิดพยาธิใบไม้ระยะเมตาเซอร์คาเรียในปลาเกล็ดขาวจากแม่น้ำมูลเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย

ประยุทธ กุศลรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2561

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการศึกษาความหลากชนิดและการแพร่กระจายของแมลงศัตรูกาแฟอราบิกาในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

โครงการพัฒนาโมเดลการจำแนกโรคและศัตรูพืชที่แสดงอาการบนใบมันสำปะหลัง

วีรศักดิ์ ขุนชำนาญ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้ ยูเอวี ในการสำรวจเพื่อการจำแนกสายพันธุ์ทุเรียนและ ติดตามการเกิดโรคทางใบในทุเรียน พื้นที่ศึกษา สวนทุเรียน ในจังหวัดจันทบุรี

วิระ ศรีมาลา มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี พ.ศ. 2558