อิทธิพลการใช้ไคโตซานและธาตุอาหารพืชบางชนิดต่อการลดผลแตกและเพิ่มคุณภาพของผลพลับพันธุ์ Fuyu
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาอิทธิพลของแคลเซียมและโบรอนที่มีต่อการลดผลแตกและคุณภาพของผลพลับพันธุ์ ‘Fuyu’ ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 15 ปี ณ สถานีวิจัยดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูง 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งสภาพภูมิอากาศ มีอุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์เท่ากับ 25.48 องศาเซลเซียส และ 78.92 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยทำการวิจัย ระหว่างวันที่ 19 เมษายน 2559 ถึง วันที่ 10 สิงหาคม 2559 ผลปรากฏว่าผลพลับที่ไม่ได้รับสารละลายปุ๋ยใดๆ มีจำนวนผล ที่บริเวณขั้วผลแตก, เปอร์เซ็นต์ผลที่บริเวณขั้วผลแตก, น้ำหนักผลของผลที่บริเวณขั้วผลแตก, น้ำหนักผลที่บริเวณขั้วผลแตกเสียหาย และจำหน่ายไม่ได้ และเปอร์เซ็นต์ผลที่บริเวณขั้วผลแตกแตกเสียหาย และจำหน่ายไม่ได้มากที่สุด เท่ากับ 174.6 ผลต่อต้น, 68.39 เปอร์เซ็นต์, 15.20 กิโลกรัมต่อต้น, 9.52 กิโลกรัมต่อต้น และ 57.04 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ผลพลับที่ได้รับสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ 0.5% (m/v) มีน้ำหนักผลที่ดี, น้ำหนักผลรวม, คะแนนความสมบูรณ์ของผล และความยาวเส้นรอบผลมากที่สุด เท่ากับ 28.07 กิโลกรัมต่อต้น, 41.76 กิโลกรัมต่อต้น, 3.65 คะแนน และ 23.62 เซนติเมตรต่อผล ตามลำดับ และผลพลับที่ได้รับสารละลายบอริค แอซิด 0.15% (m/v) มีน้ำหนักผลขนาดเล็ก, ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางของผลส่วนกว้าง และความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางของผลเฉลี่ย(ส่วนกว้างและแคบ) มากที่สุด เท่ากับ 116.86 กรัมต่อผล, 6.93 เซนติเมตรต่อผล และ 6.78 เซนติเมตรต่อผล ตามลำดับ และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ รวมทั้งสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ 0.5% (m/v) และบอริค แอซิด 0.3% (m/v) มีอัตราการเจริญเติบโตของความยาวรอบลำต้นเฉลี่ยมากขึ้น เท่ากับ 3.46 และ 3.52 เซนติเมตรต่อเดือน ตามลำดับ แต่ทั้งสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ และบอริค แอซิดทุกระดับความเข้มข้นไม่มีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของความยาวรอบกิ่งเฉลี่ย