เทคโนโลยีการผสมเกสรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตพลับ Hyakume เพื่อการจำหน่ายแบบพลับหวาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาอุณหภูมิ ระยะเวลา และวิธีการเก็บรักษาเกสรตัวผู้พันธุ์ ‘HONG MEI’ และพันธุ์ ‘SURUNOGO’ เพื่อช่วยผสมเกสรด้วยมือ สำหรับการผลิตพันธุ์ ‘HYAKUME’ ที่จำหน่ายเป็นพลับหวาน ณ สถานีวิจัยดอยปุย ที่มีอุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเฉลี่ย เท่ากับ 26.8 องศาเซลเซียส และ 78.92 เปอร์เซ็นต์ และตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล เท่ากับ 1,250 เมตร โดยทำการทดลองระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธุ์ ถึง 15 สิงหาคม 2559 ผลปรากฏว่าการเก็บรักษาเกสรตัวผู้พันธุ์ ‘HONG MEI’ ไว้ที่อุณหภูมิห้อง แช่แข็งในตู้เย็น (0 องศาเซลเซียส) สามารถยืดอายุความมีชีวิตของละอองเกสรตัวผู้ได้นาน 12 วัน และในพันธุ์‘SURUNOGO’ สามารถเก็บรักษาไว้ในห้องตู้เย็น (5 องศาเซลเซียส) ไว้ได้นาน 7 วัน โดยที่ความมีชีวิตของละอองเกสรตัวผู้ของทั้งสองพันธุ์ เท่ากับ 67.31 และ 97.96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การติดผลของพลับพันธุ์ ‘HYAKUME’ หลังจากการช่วยผสมเกสรตัวผู้พันธุ์ ‘HONG MEI’ ที่เก็บรักษาไว้ในห้องตู้เย็น (5 องศาเซลเซียส) นาน 9 และ 11 วันมีเปอร์เซ็นต์การติดผลมากที่สุด เท่ากับ 73.33 และ 93.33 เปอร์เซ็นต์ และถ้าใช้เกสรตัวผู้พันธุ์ ‘SURUNOGO’ มีเปอร์เซ็นต์การติดผลไม่แตกต่างกัน ผลพลับพันธุ์ ‘HYAKUME’ หลังจากการช่วยผสมด้วยเกสรตัวผู้พันธุ์ ‘HONG MEI’ มีความกว้างของผลจำนวนเมล็ดมีน้ำหนักผล และเปอร์เซ็นต์เนื้อผลสีน้ำตาลแสดงการเกิดเนื้อพลับหวาน และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพิ่มขึ้นแต่มีความยาว และความสูงของผล และเปอร์เซ็นต์ ความสุกแก่ ปริมาณ Total soluble solids และความแน่นเนื้อของผลไม่แตกต่างกัน รวมทั้งผลพลับพันธุ์ ‘HYAKUME’ หลังจากการผสมด้วยเกสรตัวผู้พันธุ์ ‘SURUNOGO’ มีความกว้าง ความยาว และความสูงของผล จำนวนเมล็ด ความแน่นเนื้อของผล เปอร์เซ็นต์ความสุกแก่ ปริมาณ Total soluble solids และเปอร์เซ็นต์ เนื้อผลสีน้ำตาลไม่แตกต่างกัน