กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปริมาณโมนาโคลิน เค ที่ได้จากการนำกากถั่วเหลืองและเมล็ดขนุนซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาหมักด้วยเชื้อ Monascus spp. และทดสอบความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของโมนาโคลิน เค ที่ได้จากการหมัก จากผลการทดลอง พบว่า กากถั่วเหลืองมีโปรตีน ไขมัน เถ้า และ คาร์โบไฮเดรต ร้อยละ 15.97, 3.15, 4.33 และ 52.57 ตามลำดับ ในขณะที่เมล็ดขนุนผงมีโปรตีน ไขมัน เถ้า และ คาร์โบไฮเดรต ร้อยละ 13.16, 0.33, 6.59 และ 68.36 ตามลำดับ เมื่อทำการหมักโดยใช้กล้าเชื้อปริมาตร 2 มิลลิลิตรที่มีสปอร์แขวนลอยอยู่ 1.5 x 105 สปอร์ต่อมิลลิลิตร หมักที่ค่าความเป็นกรด-ด่างเริ่มต้นเท่ากับ 6 อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 12 วัน และคัดเลือกสภาวะที่เหมาะสม (ความชื้นเริ่มต้น และระดับการเติมน้ำตาลซูโครส) ในการหมักแหล่งอาหารแต่ละชนิดจากปริมาณสารสีที่เชื้อสร้างขึ้น พบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการหมักกากถั่วเหลือง คือ ที่ความชื้นเริ่มต้นร้อยละ 33 ปริมาณการเติมน้ำตาลซูโครสร้อยละ 8 และสภาวะที่เหมาะสมในการหมักเมล็ดขนุน คือ ที่ความชื้นเริ่มต้นร้อยละ 50 ปริมาณการเติมน้ำตาลซูโครสร้อยละ 4 กากถั่วเหลืองและเมล็ดขนุนที่ผ่านการหมักในสภาวะที่เหมาะสมมีปริมาณโมนาโคลิน เค 53.72 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ 98.09 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่สามารถทดสอบความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของโมนาโคลิน เค ที่ได้จากการหมักด้วยเชื้อ Monascus spp. ได้ เนื่องจากผลการทดสอบด้วยเทคนิค HPLC ที่ได้ ไม่ปรากฏสัญญาณ (peak) ของสารโมนาโคลิน เค และมีสัญญาณรบกวนสูง