การศึกษาการทนความร้อนและการอยู่รอดของกระบือเผือกไทยภายใต้ความเสี่ยงของสภาพอากาศ งานวิจัยประยุกต์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษา : จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท และ จังหวัดอุทัยธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการทดลองแสดงการเปรียบเทียบอุณหภูมิ Black globe temperature เก็บข้อมูลที่เวลา 08:00 น., 14:00 น. และ 17:00 น. เมื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติพบว่า พบว่าเวลา 08.00 น. ภายในโรงเรือนมีค่าเท่ากับ 31.61?4.43 องศาเซลเซียส ภายนอกมีค่าเท่ากับ 33.11?4.51 องศาเซลเซียส มีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(P>0.05) ในเวลา 17.00 น. ภายในโรงเรือนมีค่าเท่ากับ 26.92?15.10 องศาเซลเซียส ภายนอกโรงเรือนมีค่าเท่ากับ 26.44?14.97 องศาเซลเซียส ซึ่งมีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(P>0.05) แต่ในเวลา 14.00 น.ภายในโรงเรือนมีค่าเท่ากับ 35.52?4.50 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายนอกมีค่าเท่ากับ 42.35?6.21 องศาเซลเซียส แสดงให้เห็นว่ามีความแตกต่างทางนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ(P<0.01) จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่า การวัดค่าอุณหภูมิดัชนีการแผ่รังสีของแสงอาทิตย์ (Black- Globe Temperature) ที่เวลา 8:00 น. อุณหภูมิภายนอกซึ่งมีค่าเท่ากับ 25.86 ? 3.40 องศาเซลเซียส มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) เมื่อเทียบกับโรงเรือนปกติ และโรงเรือนดัดแปลง ซึ่งมีค่าเท่า 23.96 ? 2.91 องศาเซลเซียส, 24.48 ? 3.35 องศาเซลเซียส ตามลำดับ และที่เวลา 14:00 น. อุณหภูมิภายนอกซึ่งมีค่าเท่ากับ 44.21 ? 4.21 องศาเซลเซียส มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) จากการศึกษาทดลองโดยใช้ Infrared Thermometer พบว่าอุณหภูมิ (OC) ภายใต้หลังคาโรงเรือนดัดแปลง (MR) และอุณหภูมิภายใต้หลังคาโรงเรือนปกติ (NR) เมื่อทดสอบนัยสำคัญทางสถิติพบว่า กระบือเผือกที่เลี้ยงในโรงเรือนดัดแปลงอยู่ภายใต้หลังคาที่มีอุณหภูมิต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกระบือเผือกที่อยู่ภายใต้หลังคาโรงเรือนปกติมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ในการวัดค่าความรู้ความเข้าใจของผู้เข้าร่วมอบรม ผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายพบว่า มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดคือ 4.8 การวัดค่าพึงพอใจต่อการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของผู้เข้าร่วมอบรม ผลการประเมินความพึงพอใจของการนำไปใช้ประโยชน์ของกลุ่มเหมาย คือ สามารรถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ 4.9 การเชื่อมโยงการภารกิจอื่น การบริการวิชาการ การเรียนการสอนชื่อรายวิชา รายวิชา เทคโนโลยีการผลิตโคเนื้อและกระบือ/ รายวิชา อาหารปลอดภัยและมาตรฐานฟาร์ม การผลิตสัตว์เบื้องต้น การจัดการฟาร์มสัตว์ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ผ่านตัวชี้วัดเชิงปริมาณ และตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ มีความรู้ในการศึกษาดูงานและฝึกปฎิบัติได้ ผลการประเมินความพึงพอใจด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ 4.8 พบว่า การนำความรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ประโยชน์ได้จริง มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมากที่สุดคือ 4.8