ผลของอุณหภูมิต่อการเพาะการอนุบาลกบนาและอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกบนาในกระชัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยผลของอุณหภูมิต่อการเพาะการอนุบาลกบนาและอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกบนาในกระชัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการควบคุมอุณหภูมิต่อการเพาะพันธุ์ การอนุบาล การเจริญเติบโต อัตราการรอดตาย และอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสม วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design; CRD) ผลการวิจัยผลของอุณหภูมิต่อเพาะพันธุ์กบนา กบนาที่ใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในบ่อ ซีเมนต์ในช่วงฤดูหนาว ในสภาพที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ และในสภาพที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่ 30, 32, และ 34 องศา เซลเซียส มีผลทำให้การเจริญเติบโตในด้านน้ำหนักกบพ่อพันธุ์ จำนวนไข่กบทั้งหมด จำนวนไข่กบที่ได้รับการปฏิสนธิ จำนวนไข่กบที่ฟักเป็นตัว อัตราการปฏิสนธิและอัตราการฟัก แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.5) กบแม่พันธุ์เพศเมียที่เลี้ยงในสภาพที่ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวจะไม่มีการออกไข่ ในขณะที่กบแม่พันธุ์เพศเมียที่เลี้ยงในสภาพที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่ 30, 32 และ 34 องศาเซลเซียส มีการออกไข่ทั้งหมด จำนวนไข่กบของแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในสภาพควบคุมอุณหภูมิที่ 34 องศาเซลเซียส ดีที่สุด มีการปฏิสนธิ 93.28 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการฟัก 99.79 เปอร์เซ็นต์ การอนุบาลลูกอ๊อดในสภาพที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ และในสภาพที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่ 28, 30, และ 32 องศา เซลเซียส มีพบว่า น้ำหนักความยาว และการเจริญของลูกอ๊อดกบนา แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.5) ลูกอ๊อดที่เลี้ยงในสภาพที่ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิในช่วงฤดูหนาว การเจริญของลูกอ๊อดกบนา มีค่าเท่ากับ 25.86 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ลูกอ๊อดที่เลี้ยงในสภาพที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่ 28, 30 และ 32 องศาเซลเซียส การเจริญของลูกอ๊อดกบนามากที่สุดเท่ากับ 89.46, 88.06 และ 87.46 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สำหรับผลการวิจัยอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกบนาในกระชัง ทดลองเลี้ยงที่อัตราความหนาแน่น 100, 200, 300 และ 400 ตัวต่อตารางเมตร พบว่า การเจริญเติบโต ด้านน้ำหนัก ความยาว อัตราการรอดตาย อัตราการแลกเนื้อ และ อัตราการการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.5) โดยอัตราความหนาแน่น 100 ตัวต่อตารางเมตร ดีที่สุด การเจริญเติบโต ด้านน้ำหนัก เท่ากับ 68.29 กรัม ความยาว เท่ากับ 8.28 เซนติเมตร อัตราการรอดตาย เท่ากับ 64.00 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน เท่ากับ 1.05 กรัมต่อวันคำสำคัญ ; กบนาลูกผสม, การควบคุมอุณหภูมิ, อัตราการฟัก, อัตราการรอด, อัตราการเจริญเติบโต