ศูนย์ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้ตามวิถีพุทธ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้ตามวิถีพุทธเพื่อการพัฒนาการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของศูนย์ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้ตามวิถีพุทธ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปและปัญหาของการปฏิบัติธรรมของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 2.เพื่อศึกษาองค์ประกอบของสำนักปฏิบัติธรรม ในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 3.เพื่อนำเสนอการพัฒนาการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของสำนักปฏิบัติธรรมในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และศูนย์ปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรม ธ ไทสันติธรรม บ้านหนองหญ้าปล้อง และในท้องถิ่นเขตตำบล นาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ รูปแบบการวิจัย คือการวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งเก็บข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) กับการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การ สัมภาษณ์เชิงลึก(In-depth Interview) สังเคราะห์แนวทางจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 10 ท่าน และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (Questionnaire) ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้เนื่องจากจังหวัดชัยภูมิ เป็นสังคมเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการปฏิบัติธรรมมากเป็นพิเศษ กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มนักเรียนนักศึกษา สำนักปฏิบัติธรรมแต่ละสถานที่ยังแยกจากกัน ในการประสานงานกันเป็นเครือข่าย ควรจัดให้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการปฏิบัติธรรมให้เกิดกว้างขวางมากขึ้นองค์ความรู้จากการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดชัยภูมิ” องค์ประกอบของสำนักปฏิบัติธรรมได้ดังนี้ 1) ด้านสถานที่สำนักปฏิบัติธรรม จะต้องมีความพร้อมในการให้บริการหรือรับรองการเข้ามาปฏิบัติธรรมของประชาชน รวมทั้งสำนักปฏิบัติธรรมต้องมีการจัดการสถานที่ให้เหมาะสมกับการปฏิบัติธรรม 2) ด้านวิทยากรเจ้าสำนักหรือพระวิปัสสนาจารย์ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีลักษณะความเป็นผู้นำ มีปฏิภาณไหวพริบ สามารถให้คำปรึกษาและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติธรรมได้ รู้การประยุกต์หลักธรรมคำสอนให้นำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม และ ทันสถานการณ์ คุณสมบัติของเจ้าสำนักหรือพระวิปัสสนาจารย์ 1) เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง สร้างความเลื่อมใสความ ศรัทธาให้แก่ผู้ที่พบเห็น 2) เป็นผู้ที่มีความสงบ ความเรียบร้อย มีความ สดใส ทำให้สร้างบรรยากาศร่าเริงร่วมกันกับผู้ปฏิบัติธรรม3) อธิบายให้เห็นชัดแจ้งว่าการปฏิบัติธรรมนั้น สามารถทำให้เกิดประโยชน์ในการนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4) สามารถทำให้เกิดความจูงใจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติธรรม ให้เห็นว่าการปฏิบัติธรรมสร้างความสุขได้ 3) ด้านการบริหารจัดการ การปฏิบัติธรรมมีกระบวนการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการการสาธิตการปฏิบัติ การบรรยายธรรม มีเนื้อหาตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร มีการจัดสถานที่ปฏิบัติธรรมให้สัปปายะ จัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวย ความสะดวก และแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่มีการส่งเสริมสนับสนุนวิปัสสนาจารย์ให้ได้รับการศึกษาปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม เป็นที่นิยมและมีการนำเอามาปฏิบัติกัน เป็นที่แพร่หลาย ได้แก่ 1) การกำหนดองค์ภาวนา พุทโธ 2) อานาปานสติ 3) การกำหนดองค์ภาวนา ยุบหนอ พองหนอ 4) การกำหนดรูปและนาม และ5) การภาวนา สัมมาอรหัง ในแต่ละองค์ภาวนา ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) ด้านสถานที่ ต้องมีการปรับปรุงสถานที่ให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ต้องมีมาตรฐานตามที่มหาเถรสมาคมกำหนดไว้ให้ถูกต้อง 2) ด้านวิทยากร ส่งเสริมและสนับสนุนให้สร้างพระวิปัสสนาจารย์ให้มีเพิ่มขึ้นพอเพียงกับความต้องการและนำพาในทางที่ถูกต้องมากกว่าถูกใจ 3) ด้านการบริหารจัดการ ต้องสามารถให้การอบรมได้หลากหลายรูปแบบต้องสามารถให้การฝึกอบรมปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องตามที่มหาเถรสมาคมกำหนดไว้ไม่แบ่งแยกนิกาย 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอพิเศษ ควรเปิดโอกาสสำนักปฏิบัติที่ไม่ได้มาตรฐานให้ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงส่งเสริมอย่างถูกต้องตามคำสั่งสอนของหลักพระพุทธศาสนา ข้อเสนอพิเศษสร้างกิจกรรม โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งลานธรรม หรือหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งลานธรรม ใช้สถานที่วัดสำนักหรือสถานที่เอกชนหรือที่ชุมชนไว้เป็นที่ประสานงานทางพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างเครือข่ายในระดับหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการขยายทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องสืบไป