ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชัยภูมิ: กรณีศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนธรรม (สวนปฏิบัติธรรม ธ ไทสันติธรรม) บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชัยภูมิ: กรณีศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนธรรม (สวนปฏิบัติธรรม ธ. ไทสันติธรรม) บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชัยภูมิ: กรณีศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนธรรม (สวนปฏิบัติธรรม ธ ไทสันติธรรม) บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ และ 4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชัยภูมิ: กรณีศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนธรรม (สวนปฏิบัติธรรม ธ. ไทสันติธรรม) บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ พื้นที่ในการศึกษา ชุมชนบ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ประชากร ได้แก่ หัวหน้าหน่วยงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พระสงฆ์ ครู ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ประธานหรือตัวแทนกลุ่มต่างๆ และชาวบ้าน จำนวน 11,832 คน และกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 373 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการและการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชัยภูมิ: กรณีศึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนธรรม (สวนปฏิบัติธรรม ธ. ไทสันติธรรม) บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ แบบบันทึกข้อมูล แบบการสนทนากลุ่ม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การวิเคราะห์ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตรและปศุสัตว์ และมีการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสนใจที่จะเรียนรู้แสวงหาความรู้ใหม่เสมอ มีระดับความต้องการในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่พัฒนาขึ้น คือ “CIPTHE Model” มี 6 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ Community (ชุมชน) Identity (อัตลักษณ์) Participation (การมีส่วนร่วม) Technology (เทคโนโลยี) Human wisdom (เป้าหมายแห่งมนุษย์) และ Economy (เศรษฐกิจ) 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชัยภูมิ ผลการทดลอง พบว่ารูปแบบการพัฒนาจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับภูมิปัญญาเป็นความรู้ดั้งเดิมอันประกอบไปด้วยคุณธรรม ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน ไม่ได้แบ่งแยกเป็นส่วน ๆ หากแต่ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กับการทำมาหาเลี้ยงชีพ และ 4) และการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชัยภูมิ พบว่าภาพรวมอยู่ระดับมาก