หลักสูตรพัฒนาผู้นำท้องถิ่น : การสร้างองค์ความรู้สู่การพัฒนาท้องถิ่นของผู้นำในจังหวัดชัยภูมิ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อรายงานการวิจัย: หลักสูตรพัฒนาผู้นำท้องถิ่น : การสร้างองค์ความรู้สู่การพัฒนาท้องถิ่นของผู้นำในจังหวัดชัยภูมิ ผู้วิจัย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปัญญา คล้ายเดช, พระศรีสัจญาณมุนี,ดร., พระมหาวิฑูรย์ สิทฺธิเมธี,ดร. ส่วนงาน: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ ปีงบประมาณ: ๒๕๖๕ ทุนอุดหนุนการวิจัย: กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม บทคัดย่อ แผนงานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษารูปแบบวัฒนธรรมทางการเมืองเพื่อ พัฒนาพฤติกรรมของผู้นำท้องถิ่น ในจังหวัดชัยภูมิ ๒) เพื่อพัฒนาแนวคิดใหม่ทางการเมืองของผู้นำ ท้องถิ่น ในจังหวัดชัยภูมิ ๓) เพื่อพัฒนาจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้นำท้องถิ่น ใน จังหวัดชัยภูมิ ๔) เพื่อพัฒนาหลักสูตรพัฒนาจริยธรรมผู้นำท้องถิ่นที่พึงประสงค์ ในจังหวัดชัยภูมิ และ ๕) เพื่อพัฒนาสังคมสันติประชาธรรมของผู้นำท้องถิ่น ในจังหวัดชัยภูมิ แผนงานวิจัยนี้ แบ่งออกเป็น ๕ โครงการย่อย จัดเป็นการวิจัยเชิงผสานวิธี โดย ๑) ทำการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๑,๒๐๐ คน โดยใช้แบบสอบถาม ๒) ทำการวิจัยเชิงคุณภาพ โดย การสัมภาษณ์ผู้นำท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน ๑๙๐ คน ด้วยแบบสัมภาษณ์ และดำเนินการจัดทำการสนทนากลุ่มย่อย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๒ กลุ่ม และ ๓) ทำวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยการดำเนินจัดโครงการพัฒนาผู้นำท้องถิ่น จำนวน ๑๐๐ คน ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และสถิติตารางไขว้ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ๑) ผู้นำท้องถิ่น มีรูปแบบวัฒนธรรมทางการเมือง แบบมีส่วนร่วมและแบบผสมผสานกับ แบบไพร่ฟ้า, ผู้นำท้องถิ่นที่ดีต้องมีพฤติกรรมใน ๓ ด้าน คือ ด้านการครองตน ด้านการครองคน และ ด้านการครองงาน, ผู้นำท้องถิ่นที่มีรูปแบบวัฒนธรรมทางการเมืองที่แตกต่างกันมีแนวโน้มทาง พฤติกรรมทางการเมืองที่ต่างกันออกไป และผู้นำท้องถิ่นมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมพัฒนา พฤติกรรมผู้นำท้องถิ่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก ๒) การพัฒนาแนวคิดใหม่ทางการเมืองของผู้นำท้องถิ่นที่มีความสมบูรณ์ได้ต้องมุ่งในการ ส่งเสริมการปกครองตนเองตามวิถีประชาธิปไตยท้องถิ่น ใน ๓ ด้าน คือ ๑) ด้านการมีส่วนร่วมทางการ ข เมือง ๒) ด้านภาวะผู้นำ และ ๓) ด้านการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายชุมชนใน ท้องถิ่น ๓) ผู้นำท้องถิ่นแสวงหาสิ่งที่สามารถนำมาส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมแก่ตัวผู้นำและ สังคมโดยภาพรวม และการจัดกิจกรรมการอบรมการพัฒนาจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้นำท้องถิ่นได้ตระหนักรู้ในความรับผิดชอบของผู้นำที่ต้องจัดการกับปัญหา และเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างมีเหตุมีผลและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ๔) บทบาทที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมสันติประชาธรรม คือ (๑) บทบาทของ พระสงฆ์ (๒) บทบาทของผู้นำ (๓) บทบาทคณะกรรมการหมู่บ้าน ที่ต้องให้ความสำคัญกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสังคมสันติประชาธรรมนั้น โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการสร้างสังคมสันติ ประชาธรรมให้เกิดขึ้น ๕) การจัดกิจกรรมหลักสูตรพัฒนาผู้นำท้องถิ่นที่พึงประสงค์ ๔ หลักสูตร ๘ กิจกรรมการ เรียนรู้สู่การพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบของสังคมสันติประชาธรรม ทำให้ผู้นำท้องถิ่นได้รับการปลูกฝัง แนวคิดในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองเพิ่มเติมขึ้น และจะมีการสร้างเครือข่ายการพัฒนาท้องถิ่นให้ ก้าวหน้าขึ้น