รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายที่มีประสิทธิผลสำหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตบริการของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายที่มีประสิทธิผลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้นำการออกกำลังกายขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตบริการของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี จำนวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ จำนวน 100 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่าย (P) ตั้งแต่ 0.40 ถึง 0.77 ค่าอำนาจจำแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.13 ถึง 0.75 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 แบบประเมินผลการปฏิบัติการออกกำลังกาย แบบสอบถามการประเมินสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกาย และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละและการทดสอบสมมติฐานใช้สถิติแบบ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขาดแคลนผู้นำการออกกำลังกาย ขาด งบประมาณ สื่อและสถานที่ในการออกกำลังกายที่เหมาะสม ด้านความต้องการของผู้นำการออกกำลังกายในการพัฒนาสมรรถนะนั้น ผู้นำการออกกำลังกายต้องการที่จะพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้นำการออกกำลังกาย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 สมรรถนะของการเป็นผู้นำการออกกำลังกาย ที่ดีและกลุ่มที่ 2 สมรรถนะในการจัดการออกกำลังกาย รูปแบบในการพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายที่มีประสิทธิผลสำหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตบริการของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานีที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีอยู่ 3 กิจกรรมหลัก คือ 1) การฝึกอบรม ประกอบด้วย การอบรม การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การศึกษาดูงาน และการฝึกปฏิบัติการ 2) การใช้พี่เลี้ยง ประกอบด้วย การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้นำการออกกำลังกาย การเข้าสัมมนา การให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ผู้นำการออกกำลังกายเป็นรายกลุ่มและรายบุคคล และ 3) การเรียนรู้ด้วยตนเอง ประกอบด้วย การศึกษาค้นคว้างานที่ได้รับมอบหมายหลังจากได้รับการอบรมในแต่ละวัน และการสังเกตการนำการออกกำลังกายของผู้นำการออกกำลังกายแกนนำ ผลจากการนำรูปแบบไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน พบว่า ผลสัมฤทธิ์หลังการอบรมของผู้นำการออกกำลังกายที่เข้าร่วมพัฒนาสมรรถนะตามรูปแบบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .01 จากการประเมิน การนำการออกกำลังกายของพี่เลี้ยง พบว่า ผู้นำการออกกำลังกายที่เข้าร่วมพัฒนามีกระบวนการจัดการนำการออกกำลังกายในระดับมากที่สุดทุกข้อ และจากการประเมินสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายโดยกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มผู้นำการออกกำลังกายผู้เข้าร่วมพัฒนาสมรรถนะ กลุ่มเพื่อนผู้นำการออกกำลังกาย กลุ่มพี่เลี้ยง และกลุ่มผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นล้วนมีความเห็นว่าผู้นำการออกกำลังกายที่เข้าร่วมพัฒนาสมรรถนะตามรูปแบบที่สร้างขึ้นมีสมรรถนะในระดับมากที่สุดทุกกลุ่ม รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายที่มีประสิทธิผลสำหรับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตบริการของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานีที่ผู้วิจัยพัฒนาเป็นรูปแบบที่ได้ผ่านการทดลองใช้ อย่างมีประสิทธิผลและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นควรนำรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายไปพัฒนาสมรรถนะผู้นำการออกกำลังกายในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศต่อไป