ยุทธศาสตร์และรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชน : กรณีศึกษา ศูนย์กลางสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์และรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชน โดยมีศูนย์กลางสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานีเป็นกรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวนทั้งสิ้น 57 คน ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1) อาจารย์ในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานีจากคณะศึกษาศาสตร์จำนวน 14 คน คณะศิลปศาสตร์จำนวน 10 คน และคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพจำนวน 9 คน รวม 33 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) 2) ผู้มีส่วนร่วมคือ ผู้บริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ผู้บริหารเทศบาลนครอุดรธานี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลอุดรธานี ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี สมาชิกสภาจังหวัดอุดรธานี สมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานี ผู้นำองค์กรเอกชนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และผู้ปกครองนักศึกษาปีการศึกษา 2552 กลุ่มละ 3 คน รวม 24 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้การวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานด้วยโปรแกรม SPSS for Windows CP+ และใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อสังเคราะห์ยุทธศาสตร์และรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ผลการวิจัยพบว่า 1. คณาจารย์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี ส่วนมากเป็นเพศหญิงมีอายุ ระหว่าง 51- 60 ปี มีอายุราชการมากกว่า 15 ปี มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าและมีตำแหน่งเป็นครูชำนาญการพิเศษ 2. ปัจจัยการบริหารภายในคณะวิชา พบว่าระดับการปฏิบัติตามปัจจัยการบริหารภายในคณะวิชาทั้งด้านความต้องการ ด้านความพึงพอใจ และด้านสภาพแวดล้อมอยู่ในระดับปานกลาง 3. ปัจจัยการบริหารภายนอกคณะวิชา พบว่าระดับการปฏิบัติตามปัจจัยการบริหารภายนอกคณะวิชา ทั้งด้านการกำหนดนโยบายการบริหารงานของคณะวิชา / สถาบัน ด้านการวางแผนการพัฒนาสนับสนุนบุคลากรทางวิชาการ ด้านการจัดสรรทรัพยากร ด้านสภาพตลาดรองรับบัณฑิตสามารถมีงานทำได้ และด้านผู้มีส่วนในการบริหารอยู่ในระดับปานกลาง 4. การมีส่วนร่วมในการบริหารคณะวิชา พบว่า การนำแผนไปสู่การปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านการกำหนดจุดหมายและความต้องการ ด้านการกำหนดนโยบายและแผน และด้านการตัดสินใจอยู่ในระดับน้อย ส่วนด้านการจัดสรรผลประโยชน์อยู่ในระดับน้อยที่สุด 5. ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนโดยการให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือ การวางแผน การตัดสินใจ การปฏิบัติการ การติดตามและประเมินผล รวมทั้งการปรับปรุงและพัฒนาสถาบัน 6. รูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนโดยการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบันในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดผล ประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การนิเทศการศึกษา การแนะแนวการศึกษา การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา การส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการแก่ชุมชน การประสานความร่วมมือและการส่งเสริมสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคล หน่วยงานและสถาบันอื่น