กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสาเหตุภายใน ปัจจัยสาเหตุภายนอก และสร้างสมการจำแนกประเภทปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ประชาชนที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในเขตเทศบาลจังหวัดอุดรธานี จำนวน 323 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกโดยบังเอิญ (Accidental Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการออกกำลังกาย แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยภายใน (ด้านตัวบุคคล) และแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การวิเคราะห์จำแนกประเภท (Discriminant Analysis) ผลการวิจัยปรากฎดังนี้ 1. ตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการออกกำลังกายของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ สาเหตุการบาดเจ็บด้านร่างกาย (.780) รองลงมา คือ ลักษณะการบาดเจ็บที่ข้อต่อและเอ็นยึดข้อ (.778) และลักษณะการบาดเจ็บที่ผิวหนัง (.753) ตามลำดับ ส่วนพฤติกรรมการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์กันน้อยที่สุด (.580) 2. ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการออกกำลังกายของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี จากการวิเคราะห์การจำแนกประเภท (Discriminant Analysis) ตัวแปรที่เข้าสมการเป็นตัวแรก ได้แก่ พฤติกรรมการออกกำลังกาย (TOTALBE) จากนั้นตัวแปรถูกเลือกเข้าสมการเพื่อปรับปรุงสมการให้ดีขึ้นตัวที่สอง คือ สาเหตุการบาดเจ็บด้านร่างกาย (TOTALFB) ตัวที่สามคือ สาเหตุการบาดเจ็บจากสภาพจิตใจ (TOTALFM) และตัวที่แปรที่เข้าสมการตัวสุดท้าย คือ สาเหตุการบาดเจ็บจากปัจจัยภายนอก (TOTALFO) ซึ่งสามารถนำมาสร้างสมการจำแนกกลุ่มที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายของประชาชนในเขตเทศบาลจังหวัดอุดรธานีได้ดังนี้ Z = 0.519 TOTALBE + 0.263 TOTALFB + 0.393 TOTALFM + 0.444 TOTALFO สมการนี้มีอำนาจจำแนกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีค่าไอเกน (Eigenvalue) เท่ากับ 0.587 และสามารถอธิบายความผันแปรของข้อมูลได้ 100 % และมีค่าพยากรณ์ถูกต้องเฉลี่ย 84.80 %