การพัฒนาระบบบริหารจัดการและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยการพัฒนาระบบบริหารจัดการและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดนโยบายการจัดการหมอกควันที่มีความสอดคล้องกับนโยบายส่วนกลางของจังหวัด และนโยบายในระดับพื้นที่ 2) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนการจัดการพื้นที่ ที่ร่วมกันพัฒนาโดยเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา และ 3) พัฒนาต้นแบบของพื้นที่ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานลดการใช้ไฟ และจุดเผาไหม้ได้ ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ โครงการวิจัยนี้อยู่บนพื้นฐานของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยอาศัยการการสนทนากลุ่ม การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์ เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนและได้นำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก และทดสอบความเป็นไปได้ และโครงการสร้างการมีส่วนร่วมของกลไกเชิงบวกเพื่อสนับสนุนการลดและเลิกการพึ่งพาไฟในพื้นที่นำร่องจังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการทำงานของเครือข่ายคณะทำงานในพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัด ในการวิเคราะห์พื้นที่และแผนงาน และการให้ข้อเสนอแนะ และถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่การทำงานของเครือข่ายในระดับจังหวัดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กตามบริบทพื้นที่ของแต่ละจังหวัด จากการดำเนินการของโครงการสามารถสร้างเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดนโยบาย ได้แก่ เครื่องมือพยากรณ์การเกิดจุดความร้อนรายเดือน เครื่องมือพยากรณ์ผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน และเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ ส่งเสริมนโยบายต่อการส่งเสริมการปลูกพืชลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม และสามารถประเมินความคุ้มค่าของมาตรการตามข้อเสนอเชิงนโยบายได้ สามารถพัฒนากลไกเชิงบวกเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ลดการพึ่งพาไฟและเกิดห่วงโซ่อุปทานใหม่ในพื้นที่นำร่อง และพบว่าในแง่ของนโยบายนอกเหนือจากความพยายามแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยควบคุมการเผาในที่โล่ง รัฐควรให้ความสำคัญในการควบคุมแหล่งมลพิษที่เกิดขึ้นจากตัวเมือง เช่น การคมนาคมขนส่ง และการสะสมความร้อนในพื้นที่เมือง และควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นโดยอาศัยกลไกเชิงบวกเป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนของการถ่ายทอดองค์ความรู้สู้เครือข่ายทำงานในพื้นที่ 9 จังหวัด ยังสามารถพัฒนากระบวนการในการถ่ายทอดให้มีประสิทธิภาพได้มายิ่งขึ้น