การใช้สารกลุ่มบราสสิโนสเตอรอยด์เพื่อเพิ่มความทนต่ออุณหภูมิสูงในข้าวระยะสืบพันธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อข้าวเป็นพืชอาหารหลักและเป็นพืชส่งออกที่สำคัญ เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทยถูกใช้ในการทำนาข้าวมากที่สุด ซึ่งมักประสบปัญหาสภาวะเครียดจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้สูญเสียผลผลิต การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาผลของความเข้มข้นของสารบราสสิโนสเตอรอยด์ ได้แก่ น้ำกลั่น, 0.01 และ 0.1 กรัมต่อลิตร ร่วมกับการให้อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ให้อุณหภูมิสูง และกลุ่มที่ให้อุณหภูมิสูงที่ 42 องศาเซลเซียส ในข้าวพันธุ์ N22 ที่ระยะดอกบาน 50% ซึ่งวางแผนการทดลองแบบ Factorial in CRD จำนวน 4 ซ้ำ ทำการทดลองในกระถาง ในสภาพโรงเรือน ณ เรือนทดลองปฏิบัติการหมวดพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 พบว่าการทดลองใช้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ความเข้มข้น 0.1 กรัมต่อลิตร ที่สภาวะอุณหภูมิสูงมีการให้องค์ประกอบผลผลิตและผลผลิตข้าวพันธุ์ N22 สามารถช่วยส่งผลให้องค์ประกอบผลผลิตและผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนรวงต่อกอ จำนวนเมล็ดต่อรวง น้ำหนัก 1,000 เมล็ด (กรัม) จำนวนต้นต่อกอ (หน่อ) และจำนวนเมล็ดทั้งหมดเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทำให้เมล็ดดีต่อรวง และเมล็ดดีทั้งหมดเพิ่มขึ้น ส่วนการใช้ฮอร์โมนบราสสิโนสเตอรอยด์ความเข้มข้น 0.01 กรัมต่อลิตร ที่สภาวะอุณหภูมิสูงช่วยส่งผลให้ผลผลิตข้าว ได้แก่ เมล็ดดีต่อรวง และเมล็ดดีทั้งหมดเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรการฉีดพ่นสารบราสสิโนสเตอรอยด์ที่ระดับความเข้มข้นสูงส่งผลเกิดความเป็นพิษของใบมากขึ้น ดังนั้นสำหรับการศึกษาในสภาพแปลง ณ หมู่บ้านหนองผือ ต.ทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ในข้าว 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวพันธุ์ N22 และ KDML105 การให้สารบราสสิโนส เตอรอยด์จึงลดระดับความเข้มข้นของสารลงอยู่ที่ระดับ 0, 0.05, 0.1 และ 0.5 nM และให้กระทบอุณหภูมิสูงในสภาพแปลง ผลการทดลองพบว่า การให้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ส่งผลให้การสังเคราะห์ด้วยแสงสุทธิ ค่าการเปิดปิดปากใบ และอัตราการคายน้ำเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ในข้าวทั้ง 2 พันธุ์ และประสิทธิภาพการสังเคราะห์ด้วยแสงที่ระบบแสง 2 (Fv/Fm และ ?F/Fm ) ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในข้าวทั้ง 2 พันธุ์ อย่างไรก็ตามการให้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ส่งผลให้ค่าการรั่วไหลของสารอิเลคโตรไลต์ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมในข้าวทั้ง 2 พันธุ์ สำหรับองค์ประกอบของผลผลิตพบว่าให้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ไม่ส่งผลต่อจำนวนต้นต่อกอ จำนวนรวงต่อกอ จำนวนเมล็ดทั้งหมดต่อรวงและผลผลิตต่อไร่ ในข้าวทั้ง 2 พันธุ์ อย่างมีนัยสำคัญ แต่การให้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ส่งผลให้เมล็ดดีต่อรวงเพิ่มขึ้น โดยในข้าวพันธุ์ N22 มีจำนวนเมล็ดดีต่อรวงมากกว่าข้าวพันธุ์ KDML105 การให้สารบราสสิโนสเตอรอยด์ที่ความเข้มข้นสูง (0.1-0.5 nM) ส่งผลให้จำนวนเมล็ดลีบเมล็ดเพิ่มขึ้น โดยที่ข้าวพันธุ์ KDML105 มีจำนวนเมล็ดลีบมากกว่าข้าวพันธุ์ N22 แต่ส่งผลทำให้น้ำหนัก 1,000 เมล็ดเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งสามารถบ่งชึ้ได้ว่าสารบราสสิโนสเตอรอยด์ส่งผลดีในแง่ของการเพิ่มน้ำหนักเมล็ดแต่ไม่ได้ส่งผลต่อการเพิ่มของผลผลิต คำสำคัญ : ข้าว สารบราสสิโนสเตอรอยด์ อุณหภูมิสูง