การใช้สารสกัดจากใบสะเดาเป็นสารยับยั้งกระบวนการไนตริฟิเคชั่นเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวภายใต้การใช้น้ำแบบประหยัด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอิทธิพลของความเข้มข้นของสารสกัดจากใบสะเดาที่แตกต่างกันต่อการยับยั้งกระบวนการไนตริฟิเคชั่น ประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจน การเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวที่ปลูกในดินที่มีระดับความชื้นแตกต่างกัน โดยมีปัจจัยการศึกษา 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยที่ 1 ความชื้นดิน ได้แก่ ดินที่มีความชื้นความจุสนาม ดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำ และดินน้ำขัง และปัจจัยที่ 2 คือ ความเข้มข้นของสารสกัดจากใบสะเดา ได้แก่ ไม่ใช้สารยับยั้งไนตริฟิเคชั่น สารไนตราไพริน และสารสกัดจากใบสะเดาที่ความเข้มข้น 0.2, 0.4 และ 0.8 กรัม/มิลลิลิตร ดำเนินการทดลองภายใต้โรงเรือนทดลอง โดยใช้ข้าวพันธุ์ กข.22 ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงเป็นพืชทดสอบ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า การลดความชื้นดินจากดินน้ำขังเป็นดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำและดินที่ความจุสนามทำให้อัตราไนตริฟิเคชั่นเพิ่มขึ้น ตามลำดับ การใช้สารสกัดจากใบสะเดาที่มีความเข้มข้น 0.4 กรัม/มิลลิกรัม ในดินที่ระดับความชื้นความจุสนามทำให้จำนวนแบคทีเรียแกรมลบและอัตราไนตริฟิเคชั่นลดลง ในขณะที่การใช้ 0.2 กรัม/มิลลิกรัม ในดินน้ำขังทำให้มีการยับยั้งไนตริฟิเคชั่นมากที่สุด การลดความชื้นดินจากดินน้ำขังเป็นดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำไม่ได้ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง แต่เมื่อลดความชื้นดินเป็นความชื้นที่ระดับความจุสนามทำให้ผลผลิตลดลง 44.5 เปอร์เซ็นต์ การใช้สารสกัดสะเดาความเข้มข้น 0.4 กรัม/มิลลิลิตร ในดินน้ำขังทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับดินความชื้นเดียวกันแต่ไม่มีการใช้สารยับยั้งไนตริฟิเคชั่น ในทางตรงกันข้าม การใช้สารสกัดสะเดาทุกความเข้มข้นในดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำและดินที่ความจุสนามทำให้ผลผลิตข้าวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับดินที่ไม่ได้ใช้สารยับยั้งไนตริฟิเคชั่นที่ระดับความชื้นของดินเท่ากัน การลดความชื้นดินทำให้พัฒนาการและวันเก็บเกี่ยวของข้าวช้าลง โดยการลดความชื้นเป็นดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำทำให้วันเก็บเกี่ยวข้าวช้าออกไปอีก 8 วัน และเมื่อลดความชื้นดินเป็นดินที่ความจุสนามทำให้วันเก็บเกี่ยวข้าวช้าลง 21 วัน นอกจากนี้ยังพบว่า การลดความชื้นดินจากดินน้ำขังเป็นดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำและดินที่ความจุสนามทำให้ปริมาณการใช้น้ำเพิ่มขึ้น 63 และ 44.1 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ