การทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรและการผลิตเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์ข้าวเหนียวหอม สีขาว ไม่ไวต่อช่วงแสงและต้นเตี้ย; แม่โจ้ 6, แม่โจ้ 8 และแม่โจ้ 16
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกร และการผลิตเมล็ดพันธุ์ ของพันธุ์ข้าวเหนียวหอม สีขาว ไม่ไวต่อช่วงแสง และต้นเตี้ย; หอมแม่โจ้ 6, หอมแม่โจ้ 8 และ หอมแม่โจ้ 16 เพื่อศึกษาการปรับตัวและเสถียรภาพผลผลิตในหลายสภาพแวดล้อม ทำ 2 ฤดู คือ ฤดูที่ 1 ฤดูนาปรัง 2564 เป็นกระบวนการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของพันธุ์ทดสอบพันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 หอมแม่โจ้ 8 และหอมแม่โจ้ 16 ผ่านการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ โดยได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 คือ คพ. 2 เลขที่ 0770/2564, 0771/2564 และ 0772/2564 ตามลำดับ จากกรมวิชาการเกษตร ออกให้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เพื่อแสดงว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ทรงสิทธิในพันธุ์พืชใหม่ คือ ข้าวพันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 หอมแม่โจ้ 8 และหอมแม่โจ้ 16 และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คัดของพันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 หอมแม่โจ้ 8 และหอมแม่โจ้ 16 ได้จำนวน 10 13 และ 13 กิโลกรัมตามลำดับ ฤดูที่ 2 นาปี 2564 ทำการทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกร จำนวน 6 แห่ง ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด 5 แห่ง อีก 1 แห่ง คืออำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีเกิดอุทกภัยน้ำท่วมหนัก ทำลายผลผลิตของแปลงทดสอบทั้งหมด จึงไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยผลการทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกร จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท พบว่า ข้าวพันธุ์ทดสอบ พันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 หอมแม่โจ้ 8 และหอมแม่โจ้ 16 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 506 565 และ 636 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ ขณะที่พันธุ์เปรียบเทียบข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 สันป่าตอง 1 และ กข10 (592 693 และ 604 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ) พันธุ์ทดสอบทั้ง 3 พันธุ์ มีอายุวันออกดอก 75% เฉลี่ย จำนวน 97 95 และ 106 วันตามลำดับ ขณะที่พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 สันป่าตอง 1 และ กข10 (100 106 และ 103 วันตามลำดับ) มีจำนวนรวงต่อกอเฉลี่ย 13 และ 11 และ 11 รวงตามลำดับ ขณะที่พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 สันป่าตอง 1 และกข10 (14 11 และ 11 รวงตามลำดับ) และมีความสูงเฉลี่ย 110 104 และ 125 เซนติเมตรตามลำดับ ขณะที่พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 สันป่าตอง 1 และ กข10 (116 126 และ 126 เซนติเมตรตามลำดับ) ทำการผลิตเมล็ดพันธุ์หลักของพันธุ์ทดสอบ พันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 ได้จำนวน 90 กิโลกรัม หอมแม่โจ้ 8 ได้จำนวน92 กิโลกรัม และ หอมแม่โจ้ 16 ได้จำนวน 100 กิโลกรัม ซึ่งเมล็ดพันธุ์หลักที่ได้นี้จะนำไปผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ขยายในฤดูต่อไป และศึกษาปฏิกิริยาต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบว่าปฏิกิริยาการต้านทานต่อโรคไหม้ของพันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 มีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน พันธุ์ หอมแม่โจ้ 8 มีปฏิกิริยาต้านทาน และพันธุ์ หอมแม่โจ้ 16 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 มีปฏิกิริยาอ่อนแอสันป่าตอง 1 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ และกข10 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ ปฏิกิริยาการต้านทานต่อโรคขอบใบแห้งของพันธุ์ หอมแม่โจ้ 6 มีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน พันธุ์ หอมแม่โจ้ 8 มีปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ และพันธุ์หอมแม่โจ้ 16 มีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 มีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทานสันป่าตอง 1 มีปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน และกข10 มีปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ และปฏิกิริยาต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ของพันธุ์หอมแม่โจ้ 6 มีปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ พันธุ์ หอมแม่โจ้ 8 มีปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ และพันธุ์หอมแม่โจ้ 16 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ พันธุ์เปรียบเทียบพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 มีปฏิกิริยาค่อนข้างอ่อนแอ สันป่าตอง 1 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ และกข10 มีปฏิกิริยาอ่อนแอ