การพัฒนาพันธุ์พืชสมุนไพรวงศ์ขิงโดยการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พรรณพืชวงศ์ขิงเป็นที่รู้จักและได้นำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์เป็นเวลาช้านาน มาแล้ว โดยนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือ เป็นเครื่องเทศ งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ หาปริมาณรังสีแกมมาอิเล็กตรอนบีมที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์ และหาความเข้มข้นและระยะเวลาในการทรีทต์สารเคมีโซเดียมเอไซด์ และโคลชิซีน ที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์ในเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงพืชวงศ์ขิง 5 ชนิด คือขิง (Zingiber officinale) ขมิ้นชัน (Curcuma longa) ไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) กระชายดำ(Kaempferia parviflora Wall ex Baker) และ กระวาน (Amomum testaceum) พบว่าปริมาณรังสีแกมมาที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้เนื้อเยื่อเพาะเลี้ยง ขิง และ ไพล กลายพันธุ์ควรอยู่ในช่วง 10-20 เกรย์ ขมิ้นชัน อยู่ในช่วง 60-80 เกรย์ กระชายดำ อยู่ในช่วง 25-30 เกรย์ และกระวานอยู่ในช่วง 5-12 เกรย์ อิเล็กตรอนบีม มีการทดลองในพืช 2 ชนิด คือ ขมิ้นชันและไพล พบว่าปริมาณรังสีที่เหมาะสมในการเหนี่ยวนำให้กลายพันธุ์ในขมิ้นชันคือ 50-60 เกรย์ ส่วนไพลอยู่ในช่วง 30-40 เกรย์ สำหรับความเข้มข้นและระยะเวลาในการทรีทต์สารเคมีโซเดียมเอไซด์กับเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงขิงเมื่อพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตและเปอร์เซ็นต์การเจริญเติบโตควรใช้ความเข้มข้นของโซเดียมเอไซด์ ในช่วง 0.1-0.3 mM โดยถ้าใช้ความเข้มข้น 0.1 mM จะใช้ระยะเวลาในการทรีทต์ 1-2 ชั่วโมง และที่ความเข้มข้น 0.3 mM จะใช้ระยะเวลาในการทรีทต์ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ส่วนการทรีทต์สารละลายโคลชิซินกับเนื้อเยื่อเพาะเลี้ยงกระชายดำที่ความเข้มข้น 100 ppm ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทรีทต์ควรอยู่ที่ 42 ถึง 50 ชั่วโมง