การพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดต่อแบคทีเรียที่ก่อโรคเต้านมอักเสบในโคนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคเต้านมอักเสบในโคนมเป็นโรคที่มีความสำคัญมากที่สุดของโคนม ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและอาจนำไปสู่การตายของโคนมได้ ส่วนใหญ่การรักษาโรคเต้านมอักเสบจะใช้ยาปฏิชีวนะ เป็นผลให้เชื้อจุลินทรีย์เกิดการดื้อยาและยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนม ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ โดยทำการทดสอบสารสกัดสารจากเปลือกมังคุด พบว่ามีปริมาณสารฟีนอลิกทั้งหมด, IC50 และ ?-mangostin เท่ากับ 170.92 mg GAE/g, 79.24 ?g/ml, และ 10.5 % w/w สำหรับสัดส่วน MIC: MBC ของ E. coli DMST 4212, P. aeruginosa TISTR 781 และ S. aureus TISTR 746 มีค่าเท่ากับ 1:1 ดังนั้นสารสกัดจากเปลือกมังคุดนี้บ่งชี้ว่ามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียนค่อนข้างสูงคล้ายกับสารยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในยาปฏิชีวนะ หลังจากนั้นทำการพัฒนาเป็นครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุด โดยแบ่งออกเป็น 4 ทรีทเมนต์ คือ การเสริมสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ระดับ 0 5 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบรูณ์ ผลการทดลองพบว่าผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดมีค่า pH ระหว่าง 6.98-7.21 และค่าความหนืด ระหว่าง 1684-2249 cP ซึ่งค่า pH และค่าความหนืดมีค่าเพิ่มสูงขึ้นแบบเส้นตรง (P<0.01) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดมีค่า 50% Inhibitory Concentration (IC50) ลดลงแบบเส้นตรง (P<0.01) โดยผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ระดับ 15 เปอร์เซ็นต์ มีค่า IC50 เท่ากับ 683.79 ?g/ml ซึ่งมีค่าต่ำสุด (P<0.01) สำหรับค่าสีนั้นพบว่ากลุ่มควบคุมมีค่าความสว่างของแสง (L*) เท่ากับ 72 ซึ่งมีค่าสูงสุด (P<0.01) แต่การเสริมสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ระดับ 10 และ 5 เปอร์เซ็นต์ มีค่าการสะท้อนกลับแสงสีแดง (a*) และค่าการสะท้อนกลับของแสงสีเหลือง (b*) มีค่าสูงสุด เท่ากับ 10.85 และ 56.02 ตามลำดับ (P<0.01) และการทดสอบผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียด้วยวิธี disc diffusion method พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ระดับ 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ Staphylococcus aureus ATCC 6538 และ Staphylococcus epidermidis ATCC 12228 ได้ ซึ่งมีค่าระหว่าง 14.40?0.23-15.32?0.11 และ 16.62?0.04-18.03?0.58 มิลลิเมตร ตามลำดับ (P<0.01) และพบว่าผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginosa ATCC 9027 และ Escherichia coli ATCC 8739 ได้ สำหรับการประเมินการยอมรับผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดโดยใช้การประเมินแบบ rating scale คะแนนอยู่ระหว่าง 1-9 คะแนน พบว่าผู้ตอบแบบประเมินเป็นกลุ่มตัวอย่างของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 12 คน และบุคคลทั่วไป 51 คน รวมทั้งหมด 63 คน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวมของผลิตภัณฑ์เท่ากับ 8.07 ถือได้ว่าผู้ตอบแบบประเมินมีความชอบผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดเป็นอย่างมาก ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ครีมสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่พัฒนาขึ้นจึงอาจเป็นแนวทางหนึ่งในการนำไปใช้เพื่อควบคุมและป้องกันโรคเต้านมอักเสบในโคนม