การปนเปื้อนแคมไพโลแบคเตอร์ในกระบวนการผลิตสุกรแบบอินทรีย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิขัยครั้งนี้เป็นการศึกษาคว เมรุณของแคมไพ โลเทคเตยร์ที่ครวจพบในการเลี้ยงสุกร แบบหมูหลุมในพื้นพึ่งังควัดสุรินทร์ โคชมิแารเก็บตัวอบ่ างขั เนวน 400 ตัวอย่าง แบ่งเป็นกลุ่มการ เลี้ยงสูกรแบบหมูหกุมจำนวน 200 ตัวอย่างและกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบอื่นๆ 200 ตัวอย่าง และในแต่ ละกลุ่มการเลี้ยงสุกรจะมีการเก็บตัวอย่าง ณ ตำแหน่งต่างๆ คือ เก็บจากอุจจาระสุกร โดยการป้ายเชื้อ บริเวณรอบๆ ทวารหนัก จำนวน 100 ตัวอย่าง และเก็บจากพื้นคอกสุกรโดยการป้ายเชื้อบริเวณพื้น คอก จำนวน 100 ตัวเย่าง และแบ่งการเก็แแกค มระยะช่วงการเลี้ยงในแต่ละกลุ่มการเลี้ยงคือช่วง ระยะการเลี้ยง สุกรอนุบาล สุกรเด็ก สุกรรุ่น สุกรขุน ช่วงระยะการเลี้ยงละอย่างละ 2ร ตัวอย่าง ซึ่ง พบว่ ในระชะช่วงการเลี้ยงสุดรอนุบาก สุกรเล็ก สุทรรุ่น สุกรขุน พบค่ความชุกแคมไพโลแบค เตอร์ที่ตรวงพบจากตัวสุกรในกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบหมูหลุม 4/25 (16%), 5/25 (20%), 0/25 (0%a), บุวร (4น ไม่แตกคำงกันกับกอุ่นการเลี้ยงสุกรมพบลื่นๆ ตามลำคับ ส่วนที่บริเวณพื้นคอกของการ เลี้ยงสุกรระยะระยะช่วงการเลี้ยงสุกรอนุน แล บุกรเด็ก สุกรรุ่น สุกรขุน พบคำความชุกแคมไพโล แบกเตอร์ในกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบพมูwฤม พ2S (H0*), 2/25 (ม%)1/25 (H), 0/25(% ไม่ แตกต่างกับกลุ่มการเลี้งสุกรแบบอื่นๆ ตามลำดับ และพบว่าช่างระยะการเลี้ยงสุกรอนุบาล สุกรเล็ก สุกรรุ่น สุกรขุนที่ตำแหน่งตัวสุกรพบว่ามีคำสัมพันธ์ความเสี่ยง (Odds ratio) มีค่ 1.00 ที่ 95% CI (0.18-5.67) ที่ P S 1.0000 และ 2.30 ที่ 9รซ. CI (0.34-19.20) ที่ P S 0.3369 และ ไม่พบค่สัมพันธ์ ความเสี่ยง (Odds raio) และ 0.31 ที่ 95% CI (0.01-3.73) ที่ P S0.2971 ตามลำดับ และค่าสัมพันธ์ คการวิขัยครั้งนี้เป็นการศึกษาคว เมรุณของแคมไพ โลเทคเตยร์ที่ครวจพบในการเลี้ยงสุกร แบบหมูหลุมในพื้นพึ่งังควัดสุรินทร์ โคชมิแารเก็บตัวอบ่ างขั เนวน 400 ตัวอย่าง แบ่งเป็นกลุ่มการ เลี้ยงสูกรแบบหมูหกุมจำนวน 200 ตัวอย่างและกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบอื่นๆ 200 ตัวอย่าง และในแต่ ละกลุ่มการเลี้ยงสุกรจะมีการเก็บตัวอย่าง ณ ตำแหน่งต่างๆ คือ เก็บจากอุจจาระสุกร โดยการป้ายเชื้อ บริเวณรอบๆ ทวารหนัก จำนวน 100 ตัวอย่าง และเก็บจากพื้นคอกสุกรโดยการป้ายเชื้อบริเวณพื้น คอก จำนวน 100 ตัวเย่าง และแบ่งการเก็แแกค มระยะช่วงการเลี้ยงในแต่ละกลุ่มการเลี้ยงคือช่วง ระยะการเลี้ยง สุกรอนุบาล สุกรเด็ก สุกรรุ่น สุกรขุน ช่วงระยะการเลี้ยงละอย่างละ 2ร ตัวอย่าง ซึ่ง พบว่ ในระชะช่วงการเลี้ยงสุดรอนุบาก สุกรเล็ก สุทรรุ่น สุกรขุน พบค่ความชุกแคมไพโลแบค เตอร์ที่ตรวงพบจากตัวสุกรในกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบหมูหลุม 4/25 (16%), 5/25 (20%), 0/25 (0%a), บุวร (4น ไม่แตกคำงกันกับกอุ่นการเลี้ยงสุกรมพบลื่นๆ ตามลำคับ ส่วนที่บริเวณพื้นคอกของการ เลี้ยงสุกรระยะระยะช่วงการเลี้ยงสุกรอนุน แล บุกรเด็ก สุกรรุ่น สุกรขุน พบคำความชุกแคมไพโล แบกเตอร์ในกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบพมูwฤม พ2S (H0*), 2/25 (ม%)1/25 (H), 0/25(% ไม่ แตกต่างกับกลุ่มการเลี้งสุกรแบบอื่นๆ ตามลำดับ และพบว่าช่างระยะการเลี้ยงสุกรอนุบาล สุกรเล็ก สุกรรุ่น สุกรขุนที่ตำแหน่งตัวสุกรพบว่ามีคำสัมพันธ์ความเสี่ยง (Odds ratio) มีค่ 1.00 ที่ 95% CI (0.18-5.67) ที่ P S 1.0000 และ 2.30 ที่ 9รซ. CI (0.34-19.20) ที่ P S 0.3369 และ ไม่พบค่สัมพันธ์ ความเสี่ยง (Odds raio) และ 0.31 ที่ 95% CI (0.01-3.73) ที่ P S0.2971 ตามลำดับ และค่าสัมพันธ์ ความเสี่ยง (Olds แiv) ของการปนเปื้อนแคมไพโลเบกเตอร์ที่มีการเก็บตัวอย่างจากตัวสุกรและ พื้นคอกสุกรในกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบหมูห มและกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบอื่นๆ มีค่สัมพันธ์ความ dds ratio) 1.12 ที่ 95% CI (0.40-3. 18) ที่ P S 0.8094 และ 1.00 ที่ 95% CI (0.41-2.4 1.,0000 ตามลำคับ ซึ่งจากผลการวิชัยสรุปให้ว่การเลี้ยงสุกรแบบอินทรีย์พบคำความซุกและค่า สัมพันธ์ถวามเสี่ยงของการปนเปื้อนแคนไพ แบกเตอร์ใพระบะการเลี้ยงสุกรอนุบาล สุกร สุกร รุ่น สุกรขุน ไม่แตกด่างจาการเลี้ยงสุกรแบบอื่นๆ ทั้งจากตัวสุกรและพื้นดอกสุกร ส่วนค่ความ ชุกและคำสัมพันธ์ความเสี่ยงของการปนเปื้อนแคมไพโลแบกเคอร์ในกระบวนการฆ่าสุกร ตั้งแต่ ระยะสุกรก่อนเข้าฆ่ การผ่าและแทงคย การเวกซากขูดขน การตัดหัว การผ่าเอาเครื่องในออก ารผ่าแบ่งซาก เนื้อสุกรที่ชำแหละ เนื้อสุณาที่งเบน่ายหน้าเขียง ของกลุ่มการเลี้ยงสุ อินทรีย์ไม่แตกต่างกับกลุ่มการเลี้ยงสุกรแบบยืนๆ คำสำคัญ: การเลี้ยสูกรแบบหมูทลุม การลี้องสุกรเบนอินทรืย์ ดำความชุก ก่สัมพันธ์ความเสี่ยง แลมไพไลแบคเตอร์