ความหลากหลายทางชีวภาพ ในลุ่มน้ำพุง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (research and development) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและปูน้ำจืดที่พบในลุ่มน้ำพุง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ 2) เพื่อศึกษาชีววิทยาการสืบพันธุ์ของปูหิน 3) เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและ ปูน้ำจืด โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเมืองราดวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555จำนวน 2 ห้อง คือ ห้อง ม. 4/1 และห้อง ม. 4/2 จำนวน 80 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) แล้วทำการจับสลากสุ่มให้ได้เป็นกลุ่มทดลอง 1 กลุ่ม จำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุม 1 กลุ่ม จำนวน 40 คน เป็นนักเรียนห้องที่เรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยผู้วิจัยคือ นางรัชนู บัวพันธ์ เป็นผู้สอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เอกสารประกอบการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและปูน้ำจืด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบวัดจิตวิทยาศาสตร์ แหล่งเรียนรู้เส้นทางศึกษาธรรมชาติในลุ่มน้ำพุง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และศูนย์เรียนรู้การเพาะพันธุ์ปูหิน ผลการวิจัยพบว่า 1. พบพืชน้ำทั้งหมด 41 ชนิด 30 วงศ์ จำแนกพืชพืชใต้น้ำ (submerged plant) 2 ชนิด พืชโผล่เหนือน้ำ (emerged plant) 3 ชนิด พืชลอยน้ำ (floating plant) 2 ชนิด พืชชายน้ำ (merginal plant) 34 ชนิด พบปูน้ำจืดทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ปูลำห้วย ปูหิน ปูนา ปูแป้ง และปูก่ำ ได้ฐานข้อมูลพืชน้ำและปูน้ำจืดที่พบในพื้นที่ลุ่มน้ำพุง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเอกสารรูปเล่ม จำนวน 2 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 ฐานข้อมูลพืชน้ำ เล่มที่ 2 ฐานข้อมูลปูน้ำจืด และเว็บไซต์ฐานข้อมูลพืชน้ำ และปูน้ำจืด www.ruchanu.com เส้นทางศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและปูน้ำจืดในพื้นที่ลุ่มน้ำพุง อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้นักเรียนได้การศึกษา จำนวน 13 จุดศึกษา มีคณะกรรมการควบคุมดูแล 1 ชุด คือ คณะกรรมการอนุรักษ์ปูแป้งปูหิน บ้านเหมืองแบ่ง 2. ปูหินมีแหล่งที่อยู่อาศัย บริเวณแหล่งน้ำ โดยอาศัยหลบซ่อนอยู่ตามซอกหินในน้ำตื้น ในเวลากลางวัน ตามแนวฝั่งเหนือน้ำ มีรูปูหินที่มีลักษณะปากรูกว้าง ประมาณ 5-15 เซนติเมตร (ตามขนาดของปู) ความลึกหรือตื้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำ หากระดับน้ำตื้นรูปูหินจะไม่ลึก ทิศทางเอียงกับพื้นราบโดยรูตรงไม่คดเคี้ยว หากขุดตามลงไปถึงที่อยู่ของปูหินพบว่ามีลักษณะเป็นโพรงกว้างมีน้ำขังอยู่เล็กน้อย และพบตัวปูเกาะอยู่เหนือน้ำภายในโพรง และบริเวณร่องน้ำที่น้ำซึมใต้ดินตามเชิงเขา หมู่บ้านเหมืองแบ่งตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยอาศัยหลบซ่อนอยู่ตามเนินดิน ซึ่งมีสภาพลาดเอียงประมาณ 30-60 องศา รูปูหินมีลักษณะปากรูกว้าง ประมาณ 5-15 เซนติเมตร (ตามขนาดของปู) ลึกประมาณ 1 เมตร ทิศทางเอียงกับพื้นราบโดยไม่คดเคี้ยว และอยู่เหนือน้ำ ส่วนใหญ่พบว่ามีดินหรือเศษหญ้าเพื่อปิดอำพราง และรักษาความชุ่มชื้นที่ปากรู เมื่อเปรียบเทียบความชุกชุมของปูหิน 4 ระดับในพื้นที่ศึกษาพบว่า ปูหินมีความชุกชุมมากบริเวณลำห้วยเหมืองแบ่ง ส่วนใกล้น้ำตก รองลงมาคือที่ที่ราบเชิงเขาส่วนไร่เกษตรกรรม และบริเวณลำห้วยวังบาล บ้านเหมืองแบ่ง ผลการสร้างศูนย์การเรียนรู้และเพาะพันธุ์ปูหิน เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ความหลากหลายทางชีวภาพของของพืชน้ำ และปูน้ำจืดที่พบในลุ่มน้ำพุง เป็นศูนย์วิจัยและแหล่งเรียนรู้ในชุมชน คณะผู้วิจัยได้สถานที่เพาะเลี้ยงปูหิน-แผนที่-จุดเด่น-เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและปูน้ำจืดโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเมืองราดวิทยาคม ที่ประกอบด้วย ป้ายชื่อสถานที่ แผนผัง บ่อเลี้ยงปูหิน และบทปฏิบัติการศึกษาปูหิน โดยสร้างไว้ในบริเวณลำห้วยวังบาล ใกล้น้ำตก บ้านเหมืองแบ่ง ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและ ปูน้ำจืด โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 37.33 1.93 ( S.D.) มีค่าความก้าวหน้าเท่ากับ 20.35 3.13 ( S.D.) ส่วนกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 32.45 2.62 ( S.D.) และคะแนนความก้าวหน้าเท่ากับ 14.83 3.37 ( S.D.) ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 46.30 2.47 ( S.D.) มีค่าความก้าวหน้าเท่ากับ 24.60 3.49 ( S.D.) ส่วนกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 39.30 2.42 ( S.D.) และคะแนนความก้าวหน้าเท่ากับ 14.70 3.97 ( S.D.) ซึ่งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การวัดจิตวิทยาศาสตร์หลังเรียนนักเรียนที่เรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชน้ำและปูน้ำจืดโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีจิตวิทยาศาสตร์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3.53 0.56 ( S.D.)