การออกแบบและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมจากเส้นใยพืช บนความหลากหลายทางชีวภาพของอ่างเก็บน้ำห้วยคล้า กรณีศึกษา นิคมสร้างตนเองห้วยคล้า จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง การออกแบบและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมจากเส้นใยพืชบนความหลากหลายทางชีวภาพของอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ากรณีศึกษานิคมสร้างตนเองห้วยคล้าจังหวัดศรีสะเกษ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชเส้นใย บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าเพื่อศึกษาเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ในการผลิต เช่น การแปรรูปวัสดุ การขึ้นรูปด้วยวิธีการถัก ทอ สาน และกระดาษ เพื่อทดสอบคุณสมบัติของเส้นใยพืชที่เหมาะสมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชเส้นใยร่วมสมัย และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนนิคมสร้างตนเองห้วยคล้าผลการวิจัย พบว่า 1. ผลการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชเส้นใย บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยคล้า พบว่า จากการสำรวจพืชเส้นใยในอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ากรณีศึกษานิคมสร้างตนเองห้วยคล้าจังหวัดศรีสะเกษ มีจำนวนมากมายแต่หลักๆ ในการนำมาใช้โยชน์ก็มีพืชจำพวก ผือ, กก, ใบบัว, ผักตบชวา และหญ้าคา และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกันไป 2. ผลการศึกษาเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ในการผลิต เช่น การแปรรูปวัสดุ การขึ้นรูปด้วยวิธีการถัก ทอ สาน และกระดาษพบว่า ผลิตภัณฑ์จากผือ กก, ใบบัว, ผักตบชวา และหญ้าคา ด้านวัสดุส่วนลำต้น ใบ เป็นส่วนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเป็นวัตถุดิบหลักในงานผลิตภัณฑ์เนื่องจากลำต้นความเหนียว ลักษณะเรียวยาวหุ้มเปลือกนอกที่มันวาว สวยงามและมีความเหนียวที่สุด 3. ผลการทดสอบคุณสมบัติของเส้นใยพืชพบว่า การทดสอบแรงดึงของเส้นกก และผักตบชวา สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น การย้อมสีธรรมชาติพบว่าเส้นกกไม่สามารถย้อมสีธรรมชาติได้ดีเพราะผิวของเส้นกกมีความมันวาวมากต่างจากการย้อมสีวิทยาศาสตร์ที่สามารถย้อมสีได้ดีกว่า 4. ผลการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนนิคมสร้างตนเองห้วยคล้าพบว่า ผือ, กก, ใบบัว, ผักตบชวา และหญ้าคา ต้องคำนึงในเรื่องของการตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจของกลุ่มผู้บริโภคสูงสุด สัดส่วนมนุษย์ ประโยชน์ใช้สอย และลักษณะของวัสดุ โดยต้องคำนึงความสัมพันธ์ระหว่างการตลาด