กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และทักษะทางสังคม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนตามรูปแบบ CLA Model และการเรียนตามคู่มือครู 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และทักษะทางสังคม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยวิธีเรียนและขนาดของห้องเรียนที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2552 ของโรงเรียนที่จัดการเรียนรู้ตั้งแต่ช่วงชั้นที่ 1 ถึงช่วงชั้นที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 จำนวน 169 คน ได้มาโดย การสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 6 ห้องเรียน โดยเป็นห้องเรียนขนาดเล็ก 2 ห้องเรียน ขนาดกลาง 2 ห้องเรียน และขนาดใหญ่ 2 ห้องเรียน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 3 ห้องเรียน รวม 84 คน จัดกิจกรรมการเรียนแบบ CLA Model และกลุ่มควบคุม จำนวน 3 ห้องเรียน รวม 85 คน จัดกิจกรรมการเรียนตามคู่มือครู เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการเรียนรู้แบบ CLA Model จำนวน 15 แผน เวลา 15 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ตามคู่มือครู จำนวน 15 แผน เวลา 15 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระวิชาคณิตศาสตร์ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (B) ระหว่าง .33 - .64 ค่าความยาก (P) ระหว่าง .44 - .62 และมีค่าความเชื่อมั่น (Lovett) ทั้งฉบับเท่ากับ .89 และแบบวัดทักษะทางสังคม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r ) ระหว่าง .35 - .71 และค่าความเชื่อมั่น ( ) ทั้งฉบับเท่ากับ .91 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณหลายทาง( Two – way MANOVA) และทดสอบภายหลังความแตกต่างด้วย Hotelling T , Univariate Tests และ t – test (Dependent Samples)