การวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธิผลมาตรการป้องกันการเกิดภาวะเบาหวาน ด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการให้ยาในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การประเมินต้นทุนประสิทธผลิ (cost-effectiveness) ของมาตรการป้องกันการเกิดภาวะ เบาหวาน ในประชากรกลุ่มเสยงี่ (prediabetes) จํานวน 10,00 ราย ด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และ การให้ยา Metformin โดยอาศัย decision tree analysis model ด้วยการคิดต้นทุนในการให้บริการเพื่อ ป้องกันการเกิดภาวะเบาหวาน และประสทธิ ิผลของมาตรการคิดจากจํานวนผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดจากการ ได้รับมาตรการป้องกันในประชากรกลุ่มเสี่ยง (prediabetes) โดยการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาเป็นข้อมูลทุติยภูมิที่สบคื ้นจากเอกสารผลงานวิจัย และฐานขอม้ ูลคอมพิวเตอร์ ผลการวิเคราะห์ต้นทุนเปรียบเทียบกับประสิทธิผลพบว่า การให้มาตรการด้วยการปรับเปลี่ยนวิถี ชีวิต (life style modification) ด้วยการให้ความรู้ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกําลังกาย มีความคุ้ม ทุนสูงที่สุดต่อการป้องกันการเกิดภาวะเบาหวาน โดยป้องกันการเกิดภาวะเบาหวานในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้ 8,560 ราย ด้วยต้นทุน 5,872.6 ดอลลาร์สหรัฐ การให้ยา Metformin 7,830 ราย ด้วยต้นทุน 8,456.06 ดอลลาร์สหรฐั และผลการวิเคราะห์ sensitivity analysis โดยใช้ค่าความน่าจะเป็นต่ําสุดและ สูงที่สุดของต้นทุนของการใหความร ้ ู้ร่วมกบการควบค ั ุมอาหารและออกกําลังกาย พบว่า เมื่อเปลี่ยนแปลง ต้นทุนมาตรการให้ความรู้รวมก ่ ับการควบคุมอาหารและออกกําลังกายให้สูงขึ้นเกิน 72,000 ดอลล่าร์สหรัฐ จะส่งผลให้การใช้ยา Metformin มีความคมทุ้ ุนประสิทธผลมากกว ิ ่ามาตรการให้ความรู้ร่วมกับการควบคุม อาหารและออกกําลังกาย ส่วนผลการวิเคราะห์sensitivity analysis ของตัวแปรที่แปรอื่นๆ ไม่พบความ แตกต่าง การวิเคราะห์ต้นทุนประสิทธผลน ิ ี้อยู่ภายใต้บริบท หรือมุมมองด้านการสาธารณสุขของประชากร โดยรวม หากเป็นมุมมองรายบุคคลแล้ว การให้ยา Metformin อาจมีความจําเป็นในรายบุคคลที่มความ ี เสี่ยงสูงต่อการเป็นเบาหวานจากประวัติเบาหวานในครอบครัว และ BMI ที่สูงมากอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจาก การให้ความรู้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกําลังกายแล้ว อาจพิจารณาให้ยา Metformin ร่วม ด้วย ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาวิจัยต้นทุนประสิทธิผลอย่างเป็นระบบของมาตรการให้ความรู้ร่วมกับการ ควบคุมอาหารและการออกกําลังกาย ทั้งที่ใช้ยาและไม่ได้ยาMetformin เพื่อนํามาจัดทําข้อเสนอแนะเชิง นโยบายหรือโครงการป้องกันการเกิดภาวะเบาหวานในประชากรกลุ่มเสี่ยง จะนํามาซึ่งการลดภาระ งบประมาณของประเทศโดยรวมในการจัดระบบการดูแลผปู้ ่วยเบาหวานที่มีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน ที่เป็น ปัญหาสาธารณสุขของประเทศต่อไป