การศึกษาสถานะสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสกับอนุภาคนาโน และมาตรการความปลอดภัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันมีการนำนาโนเทคโนโลยีและอนุภาคขนาดนาโนมาใช้ในกระบวนการผลิตหลายประเภท เนื่องจากอนุภาคนาโนเป็นอนุภาคขนาดเล็กสามารถแพร่ผ่านเยื่อเซลล์ได้ดีจึงผ่านห่วงโซ่อาหารเข้าสู่สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ได้ดี ในปัจจุบันจึงมีข้อถกเถียงกันถึงความเสี่ยงต่อผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากวัสดุที่มีอนุภาคนาโน ด้วยเหตุนี้จึงดำเนินการศึกษาวิจัยสถานะสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพกับนาโนเทคโนโลยีและวัสดุนาโนและมาตรการความปลอดภัยซึ่งเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัสอนุภาคนาโนในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงเศรษฐกิจของประเทศไทยได้แก่พื้นที่ในเขตจังหวัดระยอง ชลบุรี และสมุทรปราการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานะสุขภาพของประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อนุภาคนาโน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพ ด้านมาตรการความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และแบบสัมภาษณ์อาสาสมัครจำนวน 192 คน (กลุ่มผู้บริหารหรือหัวหน้างาน 12 คน กลุ่มพนักงานผู้ปฏิบัติ 180 คน) โดยสำรวจสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรม จังหวัดละ 2 แห่ง กลุ่มอาสาสมัครในสถานประกอบกิจการแห่งละ 32 คน (จำแนกออกเป็น กลุ่มผู้บริหารหรือหัวหน้างาน 2 คน กลุ่มพนักงานผู้ปฏิบัติ 30 คน) การสืบค้นข้อมูลจากสื่อต่างๆ และเก็บข้อมูลจากการประชุมระดมสมองภาคีเครือข่าย แล้ววิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติและแปลผลนำเสนอในรูปค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฐานนิยมและร้อยละ เพื่อได้ฐานข้อมูลความเสี่ยงภัยต่อสุขภาพต่ออนุภาคนาโนและได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการดำเนินงานในรูปเครือข่ายสุขภาพเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากอนุภาคนาโนจากการประกอบอาชีพต่อไป จากการศึกษาพบว่า อายุเฉลี่ยของผู้บริหารหรือหัวหน้างาน 35.29 ปี (+ 2.65 ปี) ประสบการณ์ทำงานโดยเฉลี่ย 11 ปี (+ 2.89 ปี) อายุเฉลี่ยของคนงาน 33.39 ปี (+ 7.05 ปี) ประสบการณ์ทำงานโดยเฉลี่ย 6.20 ปี (+ 3.62 ปี) ร้อยละ 100 ของผู้ของผู้บริหารไม่มีความรู้เรื่องอนุภาคนาโนและมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 50 ของผู้บริหารไม่ให้ความสนใจในเรื่องอนุภาคนาโนกับสุขภาพและคิดว่าอนุภาคนาโนไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในขณะที่ร้อยละ 10 ของพนักงานรู้จักอนุภาคนาโน และให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น ร้อยละ 80 ของสถานประกอบกิจการมีการเก็บข้อมูลสุขภาพคนงาน ตรวจสิ่งแวดล้อมการทำงานและดำเนินการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทั่วไป ในสถานประกอบกิจการที่มีการใช้อนุภาคนาโนไม่มีการตรวจสิ่งแวดล้อมการทำงานและการใช้มาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นการเฉพาะ คนงาน ร้อยละ 100 ต้องการให้มีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอนุภาคนาโนและมาตรการและกลไกทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องการให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี ในขณะที่ร้อยละ 95 ของผู้บริหารและหัวหน้างานไม่ตอบคำถามในข้อนี้ ระดับของปัญหาของคนงานในการ ปฏิบัติงาน เรียงลำดับจากมากไปน้อย 3 ลำดับ ดังนี้ 1) ความร้อน 2) สารเคมี 3) เชื้อโรค จากการศึกษาสรุปได้ว่า ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมและคนงานขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภาคนาโนและมาตรการความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพ แต่ผู้บริหารและหัวหน้างานขาดความร่วมมือในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการใช้อนุภาคนาโน และองค์กรภาครัฐยังขาดมาตรการความปลอดภัยและกลไกทางกฎหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อมการทำงานและการดุแลสุขภาพคนงานอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงควรมีการอบรมและสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับอนุภาคนาโนและมาตรการความปลอดภัย และควรมีการกำหนดมาตรการและกลไกทางกฎหมายเกี่ยวกับอนุภาคนาโนเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีการเก็บข้อมูลสุขภาพของคนงานในสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่มีการใช้อนุภาคนาโนและนาโนเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม