กระบวนการจัดการความรู้ : การจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาสุขภาพและป้องกันการใช้สารเสพติด แก่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ในจังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการจัดการความรู้ด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการให้กับ ครู-อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบด้านกิจกรรมนันทนาการ ของสถาบันการศึกษา สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อให้ได้แนวทางการจัดกิจกรรมนันทนาการ รวมทั้งได้ทราบปัญหาในการจัดกิจกรรมนันทนาการ เพื่อพัฒนาสุขภาพและป้องกันการใช้สารเสพติด แก่นักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ 1) ครู-อาจารย์ที่รับผิดชอบด้านนันทนาการ ของสถาบันการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ 5 เขต จำนวน 50 คน 2) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้คุมประพฤติด้านนันทนาการ ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน 3) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านนันทนาการในองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 150 คน เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ รูปแบบปลาทู การเสวนา การเล่าเรื่อง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์ วิเคราะห์ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เป็นหญิงมีอายุ 26 ปีขึ้นไป มีการศึกษาระดับปริญญาตรี เคยเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการมาแล้วในหลายประเภท ที่เข้าร่วมมากที่สุด ได้แก่ กิจกรรมค่ายพักแรม รองลงมา คือ เกม กีฬา ร้องเพลง และอาสาสมัคร กีฬาพื้นบ้าน กีฬาไทย กิจกรรมพิเศษ ศิลปหัตถกรรม และละคร รวมทั้งส่วนใหญ่จะเคยปฏิบัติหน้าที่ผู้นำนันทนาการมาแล้ว 2. ด้านความรู้ และทัศนคติต่อกิจกรรมนันทนาการ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีความรู้ด้านนันทนาการและมีทัศนคติต่อกิจกรรมนันทนาการทั้งโดยรวมและแต่ละรายการ อยู่ในระดับ มาก ถึง มากที่สุด 3. จากการจัดการความรู้ด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการ พบว่า หน่วยงานแต่ละแห่งทั้งสถาบันการศึกษา สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และองค์การบริหารส่วนตำบล มีบทบาทหน้าที่ในด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการ ที่เหมือนกัน คือ จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนา นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขและมีข้อแตกต่างกัน คือ ฝ่ายที่รับผิดชอบการจัดกิจกรรมนันทนาการจะเป็นไปตามโครงสร้างของแต่ละหน่วยงาน เช่น ในส่วนของสถาบันการศึกษา ฝ่ายที่รับผิดชอบงานด้านนี้ คือ ฝ่ายกิจการนักศึกษา หรือฝ่ายกิจกรรมนักเรียน เป็นต้น และสิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่างหนึ่ง คือ กิจกรรมนันทนาการที่จัดขึ้น จะต้องให้เหมาะสมกับสถานภาพของหน่วยงาน รวมทั้งสถานภาพของผู้เข้าร่วมด้วย เช่น ความพร้อมของสถานที่ เครื่องอำนวยความสะดวก ผู้จัดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ ความเข้าใจ ความสนใจ ความต้องการ และทัศนคติต่อกิจกรรมนั้นๆ มากหรือน้อย เป็นต้น ส่วนในเรื่องของศักยภาพในการจัดกิจกรรม ทุกแห่งสามารถจัดกิจกรรมนันทนาการได้ดี แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากแต่ละแห่งมีปัญหาเหมือนกัน คือ 1) งบประมาณมีน้อยไม่เพียงพอ 2) ขาดเจ้าหน้าที่บุคลากรผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ ความชำนาญทางด้านกิจกรรมนันทนาการ จากปัญหาดังกล่าวทำให้การจัดกิจกรรมนันทนาการมีประสิทธิภาพน้อยลง และในด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการ แต่ละแห่งมีการจัดกิจกรรมนันทนาการหลายประเภท ซึ่งพอสรุปกิจกรรมที่สำคัญๆ ของแต่ละแห่ง ได้ดังนี้ 1) กิจกรรมนันทนาการที่สถาบันการศึกษา จัดขึ้น ได้แก่ การแข่งขันกีฬาภายใน กีฬากลุ่มโรงเรียน กีฬาพื้นบ้าน กีฬาอนุบาล ชมรมกีฬา และเกมต่างๆ กิจกรรมด้านหัตถกรรม ได้แก่ การประดิษฐ์จากวัสดุหรือของเหลือใช้ การทอผ้า การแกะสลัก การจักสานต่างๆ ประดิษฐ์เครื่องดนตรี ผลิตภัณฑ์จากขยะรีไซเคิล เป็นต้น กิจกรรมงานอดิเรกที่ควรส่งเสริม ได้แก่ การประดิษฐ์ดอกไม้ การสะสมแสตมป์ การอ่านหนังสือ การเล่นดนตรี เป็นต้น กิจกรรมเข้าจังหวะส่วนใหญ่เป็นประเภทการเต้นรำพื้นเมือง การเต้นประกอบเพลง แม่ไม้มวยไทย การฟ้อนเจิง แอร์โรบิคด๊านซ์ ลีลาศ กิจกรรมดนตรี ได้แก่ แข่งขันดนตรีลูกทุ่ง ดนตรีสากล ดนตรีไทย วงโยธาวาทิต จัดลานดนตรีต้านภัยยาเสพติด จัดตั้งชมรมดนตรีต้านภัยยาเสพติด จัดตั้งชมรมดนตรีร้องเพลงต่างๆ การแสดงละครก็จะเป็นลักษณะการแสดงบทบาทสมมุติ ละครโรงเล็ก แสดงวิพัธทัศนา ละครวรรณคดี กิจกรรมประเภทวรรณกรรม การพูด การอ่าน การเขียน ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่านิทานคุณธรรม การโต้วาที การประกวดเรียงความ จัดรายการวิทยุเสียงตามสาย การอ่านบทร้อยแก้วร้อยกรอง ประกวดคัดลายมือ เรื่องสั้นธรรมรุ่งอรุณ เป็นต้น กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรมรับขวัญน้องใหม่ กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี กิจกรรมพัฒนาจิต จัดนั่งสมาธิก่อนเรียน ค่ายคุณธรรม จริยธรรม บวชภาคฤดูร้อน กิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา กิจกรรมพัฒนาสุขภาพ ได้แก่ วิ่งการกุศล ชมรมกีฬาต่างๆ ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ แข่งกีฬาเพื่อสุขภาพ วิ่งเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น กิจกรรมพิเศษ เช่น กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมวันลอยกระทง วันยี่เป็ง กิจกรรมตามวัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมปฐมนิเทศ ปัจฉิมนิเทศ เป็นต้น กิจกรรมอาสาสมัคร ได้แก่ กิจกรรมสารวัตรนักเรียน กิจกรรมสร้างเครือข่ายบัณฑิต กิจกรรมปลูกป่า กิจกรรมลดภาวะโลกร้อน กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น และกิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ เช่น จัดทัศนศึกษาดูงาน ศึกษานอกเมือง ออกค่ายจริยธรรมคุณธรรม โรงเรียนเคลื่อนที่ ออกค่ายลูกเสือ-ยุวกาชาด ค่ายเยาวชนต้นน้ำ 2) กิจกรรมนันทนาการที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จัดขึ้น ได้แก่กิจกรรมประเภทเกมกีฬา ได้แก่ การแข่งขันกีฬาไทย กีฬาไม่ปะทะกันมากเกมทั่วๆ ไป กีฬาภายในต้านภัยสารเสพติด โครงการเป็นหนึ่งด้วยกีฬาไม่พึ่งพาสารเสพติดฟื้นฟูสุขภาพด้วย เกม-นันทนาการต่างๆ ตามความเหมาะสม กิจกรรมประเภทศิลปหัตถกรรม ได้แก่ การแกะสลักไม้ ประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้ จักสานสิ่งต่างๆ กิจกรรมงานอดิเรก ได้แก่ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำปุ๋ยอินทรีย์ อ่านหนังสือประดิษฐ์พวงกุญแจ เครื่องดนตรีไทย กิจกรรมประเภทเต้นรำ กิจกรรมเข้าจังหวะ ได้แก่ การออกกำลังกายด้วยการเต้นประกอบเพลง บริหารกายประกอบเพลงทุกเช้า แอร์โรบิคด๊านซ์ กิจกรรมประเภทดนตรี ร้องเพลง ได้แก่ แข่งขันร้องเพลง ลูกทุ่ง-เพลงสากล เพลงพื้นบ้าน จัดงานดนตรีต้านภัยสารเสพติด กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ได้แก่ จัดค่ายคุณธรรม บวชเณร นั่งสมาธิไหว้พระ สวดมนต์สุดสัปดาห์ รายการฟังพระเทศธรรมะ กิจกรรมพัฒนาสุขภาพ และสมรรถภาพ เช่น เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แอร์โรบิค เพื่อสุขภาพ วิ่งเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมพิเศษ ได้แก่ กิจกรรมวันพ่อ-แม่ วันสำคัญต่างๆ กิจกรรมวันลอยกระทง กิจกรรมพัฒนา ทำความสะอาดสถานที่พักอาศัย กิจกรรมอาสาปลูกป่า บำเพ็ญประโยชน์ 3) กิจกรรมนันทนาการที่องค์การบริหารส่วนตำบล จัดขึ้น ได้แก่ กิจกรรมประเภท เกม กีฬา ได้แก่ กีฬาระหว่างกลุ่ม กีฬาพื้นบ้าน กีฬาผู้สูงอายุ กีฬาอนุบาล กิจกรรมทางด้านศิลปหัตถกรรม ได้แก่ การแกะสลัก จักสานต่างๆ การผลิตกระดาษสา ปุ๋ย สิ่งถักทอต่างๆ ผลิตสินค้าโอทอป ชุมชน หมู่บ้าน ประดิษฐ์ของชำร่วยขาย ประดิษฐ์ดอกไม้ โดยชุมชนกลุ่มแม่บ้านฯลฯ กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจพอเพียง ทำปุ๋ยอีเอม ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ สร้างรายได้ของชุมชนและประชาชนในชุมชน กิจกรรมดนตรีที่จัด ได้แก่ ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีลูกทุ่ง ดนตรีไทย ชมรมคนรักเพลง/ดนตรี นันทนาการ แข่งขันวงดุริยางค์ กิจกรรมประเภทละคร ได้แก่ การแสดงละครพื้นบ้าน ละครวรรณคดี การแสดงบทบาทสมมติ กิจกรรมประกวดการอ่านร้อยแก้วร้อยกรอง ทำนองเสนาะ สรภัญญะ จัดเลี้ยงตามสายในชุมชน จัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรมลูกเสือชาวบ้าน กิจกรรมค่ายพักแรมเยาวชน กิจกรรมพัฒนาจิต ได้แก่ บวชภาคฤดูร้อน ค่ายคุณธรรมจริยธรรม ให้กับเยาวชนและประชาชน กิจกรรมพัฒนาสุขภาพ เช่น ออกกำลังเพื่อสุขภาพ แอร์โรบิคเพื่อสุขภาพ ลีลาศเพื่อสุขภาพ ขี่จักรยานเทิดพระเกียรติ วิ่งการกุศล ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุประจำปีฯลฯ กิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น กิจกรรมวันลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ หรือวันยี่เป็ง กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ กิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ กิจกรรมเวรยามอาสารักษาหมู่บ้าน กิจกรรมจราจร กิจกรรมอาสาพัฒนาท้องถิ่น กิจกรรมทัศนศึกษาดูงาน กิจกรรมลดภาวะโลกร้อน