การศึกษาศักยภาพในการนำโรคไข้เลือดออกของยุงในแต่ละฤดูกาล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่คุกคามชีวิตของประชาชนชาวไทย โดยในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วย ไข้เลือดออกหลายหมื่นคนและเสียชีวิตประมาณ ๑๐๐ คน โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมี ๔ ซี โรทัยป์ คือ DENV 1-4 โดยมียุงลายบ้านและยุงลายสวนเป็นพาหะของโรค โรคนี้ยังคงเป็นปัญหาที่ส าคัญทาง สาธารณสุขเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันและมาตรการในการควบคุมโรคยังไม่มีประสิทธิผลดีพอ ดังนั้น จึงมี ความจ าเป็นต้องศึกษาศักยภาพในการน าโรคไข้เลือดออกของยุงลายในแต่ละฤดูโดยเก็บตัวอย่างยุงลายใน พื้นที่ศึกษา ๙ จังหวัดและน ามาตรวจหาเชื้อไวรัสเพื่อให้ทราบอัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกีของยุงลายในแต่ละ ฤดูกาลส าหรับใช้เป็นข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ศึกษาในแต่ละฤดูกาล การศึกษานี้ได้ ด าเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๕-๒๕๕๘ โดยการเก็บตัวอย่างยุงลายสวนใน ๒ ฤดูกาล จาก ๒ จังหวัดทาง ภาคใต้ คือ สุราษฎร์ธานีและชุมพร และเก็บตัวอย่างยุงลายบ้านใน ๓ ฤดูกาล จาก ๗ จังหวัด โดยเป็น ๔ จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ นครราชสีมา และ ๓ จังหวัดทาง ภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ ตากและพิษณุโลก จากนั้นน าตัวอย่างยุงลายที่เก็บในแต่ละฤดูมาตรวจหาเชื้อไวรัส เดงกีโดยวิธี One step real time RT-PCR และรายงานผลไปยังหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง จากผล การศึกษาใน ๒ จังหวัดทางภาคใต้ พบว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกีของยุงลายสวนในฤดูร้อน (ร้อยละ ๑-๓) และในฤดูฝน (ร้อยละ ๑-๗) ไม่มีความต่างกัน (P=0.2430) ส่วนผลการศึกษาใน ๔ จังหวัดทางภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกีของยุงลายบ้านในฤดูหนาว (ร้อยละ ๐-๒) ฤดูร้อน (ร้อยละ ๐-๙.๘) และฤดูฝน (ร้อยละ ๐-๒) ไม่มีความต่างกัน (P=0.5771) ซึ่งมีผลการศึกษาเช่นเดียวกับ ๓ จังหวัดทางภาคเหนือ คือ อัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกีของยุงลายบ้านในฤดูหนาว (ร้อยละ ๐-๒) ฤดูร้อน (ร้อย ละ ๐-๕) และฤดูฝน (ร้อยละ ๐-๑.๖) ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ(P= 0.2946) และจาก การศึกษาข้อมูลซีโรทัยป์ของไวรัสเดงกีในยุงลายจาก จ. สุราษฎร์ธานี พบทั้ง ๔ ซีโรทัยป์ คือ DENV 1, DENV 2, DENV 3 และDENV 4 ส่วน จ. ชุมพร พบ ๓ ซีโรทัยป์ คือ DENV 1, DENV 2 และ DENV 3 ใน จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบซีโรทัยป์ของไวรัสเดงกีในยุงลาย ดังนี้ จ. ขอนแก่น พบ ๑ ซีโรทัยป์ คือ DENV 1 จ.นครราชสีมา พบ ๑ ซีโรทัยป์ คือ DENV 2 และ จ.บุรีรัมย์พบ ๑ ซีโรทัยป์ คือ DENV 3 ส่วน จ. ร้อยเอ็ด ไม่พบยุงลายติดเชื้อไวรัสเดงกี และใน ๓ จังหวัดทางภาคเหนือ พบซีโรทัยป์ของไวรัสเดงกีในยุงลาย ดังนี้ จ.เชียงใหม่ พบ ๒ ซีโรทัยป์ คือ DENV 1, และ DENV 3 จ.ตาก พบ ๒ ซีโรทัยป์ คือ DENV 2 และ DENV 3 และ จ.พิษณุโลก พบ ๑ ซีโรทัยป์ คือ DENV 3 จากการศึกษาครั้งนี้ท าให้ทราบข้อมูลอัตราการติด เชื้อไวรัสเดงกีและซีโรทัยป์ของไวรัสเดงกีในยุงลายในแต่ละฤดูกาลของทั้ง ๙ จังหวัด ส าหรับใช้เป็นข้อมูลการ เฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้เลือดอออกในแต่ละฤดูกาล ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ส าหรับ ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด ส านักงานป้องกันควบคุมโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลและเจ้าของบ้าน ที่เก็บตัวอย่างยุงลายเพื่อร่วมรณณรงค์เร่งท าลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและพ่นก าจัดยุงตัวเต็มวัยอย่าง ต่อเนื่องเพื่อควบคุมประชากรยุงลายที่ติดเชื้อไวรัสเดงกีไม่ให้สูงมากจนก่อให้เกิดการระบาดของโรค ไข้เลือดออก นอกจากนี้ยังท าให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการป้องกันตัวเองจากการถูกยุงกัดเพื่อลด ความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอัตราการติดเชื้อไวรัสเดงกีของยุงลายในแต่ละ ฤดูกาลควรด าเนินการในพื้นที่เสี่ยงของหลายจังหวัดเพื่อให้ได้ข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกเชิงรุกใน ภาพรวมของประเทศส าหรับใช้เป็นระบบเตือนภัยโรคไข้เลือดออกร่วมกับใช้มาตรการอื่นๆ ในการควบคุม ยุงลายแบบบูรณาการเพื่อการป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้อย่างยั่งยืน