ระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการติดตามโรคไข้เลือดออกและยุงลายในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม.
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากสภาวะโลกร้อน อุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้น ๑-๓ องศา เซลเซียส มีรายงานว่าจะมีผลต่อจ านวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับโลก ดังนั้นจึงได้ศึกษาวิจัยใน ระดับประเทศของแต่ละภาค เพื่อหารูปแบบ (Models) ส าหรับการติดตามโรคไข้เลือดออกและยุงลาย ท าการ เก็บข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคคือ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา รายงานผู้ป่วย และประชากรของยุงลาย น ามาวิเคราะห์ด้วยสถิติขั้นสูง และ GIS ได้ผลการวิจัยเป็นสามส่วนคือ ส่วนที่หนึ่งการคาดการณ์การเกิดโรค ไข้เลือดออกเชิงพื้นที่ พบอุณหภูมิเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออกมีค่า Odds อยู่ ในช่วง ๐.๑๓-๓๓.๘๐ จาก Models ที่ได้น าไปใช้ผลิตแผนที่ GIS การเกิดโรคไข้เลือดออกระดับจังหวัดเมื่อ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น ๑, ๒ และ ๓ องศาเซลเซียส ที่มีการผันแปรไปตามแต่ละจังหวัด เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากสภาวะโลกร้อน มีความสัมพันธ์กับโรคไข้เลือดออกของประเทศ ส่วนที่สองจากการส ารวจประชากรยุงลายด้วยกับดักไข่ที่เป็นวิธีมาตรฐานของ WHO จากทั่วประเทศ ส ารวจ ๗,๒๔๐ กับดัก วางใน ๑๘๔ อ าเภอ/พื้นที่ ใน ๔๖ จังหวัด ของปี ๒๕๕๕ ถึง ๒๕๕๘ น ามาวิเคราะห์ด้วย เทคนิค GIS วิธี Kriging Interpolation แล้วผลิตเป็นแผนที่ GIS การประมาณค่าประชากรของยุงลายจากกับ ดักไข่ของทั้งประเทศ แสดงถึงสถานการณ์ของยุงลายระดับจังหวัดทั้งประเทศของทั้ง ๔ ปี ส่วนที่สามน าข้อมูล และองค์ความรู้ที่ได้ท าการพยากรณ์โอกาสการเกิดการระบาดและอัตราผู้ป่วยต่อแสนคนระดับจังหวัดของปี ๒๕๕๘ แล้วใช้เทคนิค GIS การซ้อนทับข้อมูลการประมาณค่าของประชากรยุงลาย จากการส ารวจด้วย กับดักไข่จากทั่วประเทศช่วงเดือน มกราคม ถึง มิถุนายน ปี ๒๕๕๘ เป็นช่วงก่อนการระบาดของโรค แล้วผลิต เป็นแผนที่ GIS การพยากรณ์โรคไข้เลือดออกเป็นรายจังหวัดทั้งประเทศของปี ๒๕๕๘ โดยพบว่าจังหวัดตราด ระยอง สมุทรสงคราม จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร นครปฐม เพชรบุรี กระบี่ ระนอง นครราชสีมา นราธิวาส นครศรีธรรมราช และปัตตานี ควรมีการเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็น พิเศษ ได้แจ้งผลวิจัยที่ได้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้เผยแพร่ข้อมูลนี้บนอินเตอร์เน็ตที่ http://nih.dmsc.moph. go.th สามารถน าไปประยุกต์ใช้เพื่อการวางแผนควบคุมโรคล่วงหน้าเชิงพื้นที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป