วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผักขะแยงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผักขะแยงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตผักขะแยงให้มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง และลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ซัลโมเนลลา (Salmonella spp.) และเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) ทั้งในแหล่งผลิต ระหว่างการขนส่ง และในโรงคัดบรรจุเพื่อการส่งออก ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2554 - กันยายน 2556 ในแปลงเกษตรกรตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และโรงคัดบรรจุเพื่อการส่งออกในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ผลการศึกษา พบว่าการผลิตผักขะแยงในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นการผลิตระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤศจิกายน พบการเข้าทำลายของศัตรูพืชที่สำคัญ ได้แก่ หนอนปลอก (Nymphula sp.) หนอนกระทู้ผัก (Spodoptera litura : Fabricius) และหนอนใยผัก (Plutella xylostella Linnaeus) เกษตรกรขาดความรู้ด้านการใช้สารเคมีที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้เสี่ยงต่อสารพิษตกค้างในผลผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวไม่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ผักขะแยงจากแหล่งผลิต ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ E. coli ปนเปื้อนทุกตัวอย่าง แต่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella spp. พบสารพิษตกค้างร้อยละ 77 และพบเกินค่า MRL ร้อยละ 39 ของตัวอย่างที่พบสาร ผักขะแยงจากแหล่งจำหน่ายในจังหวัดอุบลราชธานี ตรวจพบเชื้อ E. coli ปนเปื้อนทุกตัวอย่าง โดยพบปนเปื้อนเกินเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 62 ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella spp. พบสารพิษตกค้าง ร้อยละ 87 และพบเกินค่า MRL ร้อยละ 33 ของตัวอย่างที่พบสาร ผลจากการทดสอบเทคโนโลยีการผลิต พบว่าวิธีปรับปรุงไม่พบสารพิษตกค้างร้อยละ 65 พบสารพิษตกค้าง ร้อยละ 35 แต่ไม่เกินค่า MRL ในขณะที่วิธีเกษตรกร พบสารพิษตกค้างร้อยละ 93 พบเกินค่า MRL ร้อยละ 80 ของตัวอย่างที่พบสาร วิธีปรับปรุงและวิธีเกษตรกร ให้ผลผลิตเฉลี่ย 9,291 และ8,680 กก./ไร่ ตามลำดับ วิธีปรับปรุง ให้ผลตอบแทน 56,457 บาท/ไร่ สูงกว่าวิธีเกษตรกร 3,444 บาท/ไร่ อัตราส่วนของรายได้ต่อการลงทุน (BCR) วิธีปรับปรุงและวิธีเกษตรกร เท่ากับ 3.72 และ 3.69 ตามลำดับ การล้างผักขะแยงด้วยน้ำและน้ำผสมคลอรีนเข้มข้น 100 ส่วนในล้านส่วน มีประสิทธิภาพในการลดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และมีต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการล้างผักขะแยงในโรงคัดบรรจุ สำหรับการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวในจุดรวบรวม การขนส่งจากแหล่งผลิตไปยังโรงคัดบรรจุ และการควบคุมกระบวนการผลิตของโรงคัดบรรจุ พบว่าผักขะแยงที่ตัดรากและบรรจุถุงพลาสติกเจาะรู ให้ค่าเฉลี่ยผลผลิตสุทธิสูงสุด คือ ร้อยละ 39 หรือ 5.84 กิโลกรัม จากวัตถุดิบ 15 กิโลกรัม และให้ผลตอบแทนสูงที่สุด คือ 571 บาท อัตราส่วนของรายได้ต่อการลงทุน (BCR) เท่ากับ 1.44 ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella spp. และ E. coli ในผลิตภัณฑ์สุดท้ายของผักขะแยง หลังการเก็บรักษานาน 4 และ 12 ชั่วโมง