การสร้างสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (ระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ โปรแกรมวิชาพลศึกษา 5 ปี)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จุดมุ่งหมายการศึกษาวิจัย การศึกษาค้นคว้ามีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หลักสูตรปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ โปรแกรมวิชาพลศึกษา (5 ปี) แล้วได้ทำการทดลองภาคสนามเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสื่อในภาพรวม (Summative Evaluation) ก่อนการเผยแพร่เป็นผลงานทางวิชาการให้แพร่หลายต่อไป ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มประชากรเป็นนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่ ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 200 คน ทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่าง 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน และกลุ่ม ควบคุม 40 คน ใช้แผนการทดลองแบบสองกลุ่ม (Two Group Pretest-Posttest Design) ให้กลุ่มทดลองใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปศึกษาด้วยตนเองหลังการเรียนตามปรกติในชั้นเรียน ส่วนกลุ่มควบคุมให้เรียนเฉพาะชั้นเรียนตามปกติ แล้วนำผลการสอบปลายเทอม (Post Test) กับผลการสอบก่อนเรียนมาวิเคราะห์หาความแตกต่างโดยการทดสอบค่าที (t-test) จากกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน (Paired-test) สรุปผลการวิจัย 1. ผลจากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษพื่อการสื่อสาร ตามหลักสูตรปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ (พลศึกษา) บันทึกไว้ในแผ่นซีดีรอมขนาดของข้อมูลประมาณ 350 เมกกะไบต์ (Megabyte) สามารถใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการบนวินโดว์ (Windows) พร้อมอุปกรณ์มัลติมีเดีย (Multimedia) เผยแพร่ในสถานศึกษาสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 2. การศึกษาคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มทดลองมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มควบคุม นั่นหมายความว่าการเรียนเสริมด้วยสื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทำให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ได้ดีกว่าการเรียนปกติในชั้นเรียน