การใช้ประโยชน์จากใบไผ่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กลุ่มสารสำคัญของใบไผ่และการใช้ประโยชน์ ACTIVE INGREDIENT GROUPS OF THE BAMBOO LEAVES AND UTILIZATION สุดารัตน์ เกาลวณิชย์ (SUDARAT KAOLAWANICH)1 ปทุมวัน บุรัตน์ (PATUMWAN BURAT)2 อุมาพร จงศิริ (UMAPORN JONGSIRI)2 บทคัดย่อ วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของใบไผ่ซางหม่น (Dendrocalamus sericeus) ใบไผ่เลี้ยงหวาน(Bambusa sp.) ใบไผ่บงใหญ่ (Dendrocalamus brandisii) และใบไผ่หมาจู๋ (Dendrocalamus latiflorus) โดยการคัดเลือกใบที่สมบูรณ์มาล้าง อบแห้ง บดเป็นขี้เลื่อยและร่อนผ่านตะแกรงเลือกขนาด 40-60 เมช มาวิเคราะห์ตามมาตรฐานการวิเคราะห์ด้านเยื่อและกระดาษ พบว่าใบไผ่ 4 ชนิด มีความชื้น 6-9 % การละลายในน้ำร้อนหลังสกัดด้วยแอลกอฮอล์-เบนซีน มีค่า 7-10% ของน้ำหนักใบแห้ง การละลายในแอลกอฮอล์-เบนซีน มีค่า 13-16% การละลายใน1%โซเดียมไฮดรอกไซด์และปริมาณขี้เถ้าของใบไผ่ มีค่า 48-59%, 9-11% ตามลำดับ ปริมาณลิกนินและเซลลูโลสของใบไผ่มีค่า 14-22%, 42-45% ตามลำดับ ตรวจสอบกลุ่มสารสำคัญของใบไผ่ด้วยวิธีทางพฤกษเคมี พบกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ กลัยโคไซด์ คูมาริน กลัยโคไซด์แบบไม่ระเหย และโพลีฟีนอลในใบไผ่ทุกชนิด และใบไผ่ซางหม่นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุดเมื่อตรวจด้วยวิธี DPPH ตรวจสอบด้านจุลชีววิทยาพบว่าใบไผ่ที่ถูกล้างด้วยน้ำประปา 1 ครั้ง อบแห้งที่ 50 องศาเซลเซียส ล้างด้วยน้ำกลั่น 1 ครั้ง อบแห้งที่ 75 องศาเซลเซียส และให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ 5 นาที จะมีปริมาณจุลินทรีย์และยีสต์ราลดลงมากที่สุด และความเป็นพิษเฉียบพลันของน้ำต้มใบไผ่เลี้ยงโดยการกิน(Oral LD50)ในหนูขาวพันธุ์ Wistar ทั้งสองเพศมากกว่า 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ดังนั้นใบไผ่เลี้ยงมีศักยภาพเพียงพอนำมาชงเป็นเครื่องดื่มเพื่อการบริโภคในท้องตลาดได้ คำหลัก: ใบไผ่ สารสำคัญ จุลชีววิทยา ความเป็นพิษ การใช้ประโยชน์ สารต้านอนุมูลอิสระ