การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการวิเคราะห์คุณสมบัติ ของสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดจากผลมังคุด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่ อ งานวิจัยนี ้มีวัตถุประสงค์เพื่ อพัฒนาวิธีการสกัดและเปรียบเทียบปริมาณสารสกัดจากเปลือก เปลือกและเมล็ดของผลมังคุดแบบสด และแบบอบแห้งด้วยตัวท าละลาย ต่างชนิดกันคือ Purified Water, 80 % (v/v) Methanol, Methanol, 80 % (v/v) Ethanol, Ethanol, Acetonitrile, 80 % (v/v) Acetone, Acetone, Dichloromethane, Ethyl Acetate และ n-Hexane รวมทั้งศึกษาคุ ณสมบั ติ ฤทธิ ์ ในการเป ็ นสาร ต้านอนุมูลอิสระและเปรียบเทียบปริมาณการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากเปลือก และเมล็ดของผล มังคุดทั้งแบบสดและอบแห้งด้วยตัวท าละลายต่างชนิด จากผลการศึกษาพบว่า สารสกัดจากเปลือกของผล มังคุดทั้งแบบสดและอบแห้งที่สกัดด้วยตัวท าละลาย 80% (v/v) Acetone ให้ค่าร้อยละของปริมาณสาร สกัดสูงสุด (8.27 % และ 12.82 % ตามล าดับ) และตัวท าละลาย n-Hexane ให้ค่าร้อยละของปริมาณสาร สกัดต ่าสุด (0.18 % และ 0.28 % ตามล าดับ) อีกทั้งสารสกัดจากเมล็ดของผลมังคุดทั้งแบบสดและอบแห้ง ที่สกัดด้วยตัวท าละลาย 80% (v/v) Acetone ให้ค่าร้อยละของปริมาณสารสกัดสูงสุด (3.89 % และ 6.03 % ตามล าดับ) และสารสกัดจากเมล็ดของผลมังคุดทั้งแบบสด และอบแห้งที่สกัดด้วยตัวท าละละลาย nHexane ให้ค่าร้อยละของปริมา ณสารสกัดต ่าสุด (0.08 % และ 0.13 % ตามล าดับ) ซึ่งสอดคล้องกับผลที่ ได้จากการสกัดในส่วนของเปลือกจากผลมังคุดเบื ้องต้น จึงควรเลือกใช้วิธีการเตรียมตัวอย่างแบบอบแห้ง ก่อนท าการสกัดในกระบวนการสกัดสารต้านอนุมูลอิสระจากเปลือกและเมล็ดของผลมังคุด จากการศึกษาปริมาณสารฟี นอลิกทั้งหมด , ฟลาโวนอยด์ ทั้งหมด และคุณสมบัติในการเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธี DPPH และ ABTS assays พบว่า ตัวอย่างที่ได้จากส่วนของน ้าคั้นจากเนื ้อ มี ค่าเท่ากับ 3.50 ? 0.17 g GAE / 100 g, 7.08 g ? 0.07 RTE / 100 g, 84.02 ? 0.24 mg/kg และ 152.30 ? 0.27 mg/kg ตามล าดับ ในตัวอย่างสารสกัดจากเปลือกของผลมังคุดแบบอบแห้ง พบว่า สารสกัด Acetone (Acetone extract) มีปริมาณสารฟี นอลิกทั้งหมดสูงสุด (มีค่าเท่ากับ 22.91 ? 0.11 g GAE / 100 g) มีปริมาณสารฟลาโวนอยด์ ทั้งหมดสูงสุด (มีค่าเท่ากับ 97.63 ? 0.11 g RTE / 100 g) และค่า IC 50 ของ สารสกัดตัวอย่างต ่าสุดด้วยวิธี DPPH assays และ ABTS assays (มีค่าเท่ากับ 8.49 ? 0.05 mg/kg และ 15.44 ? 0.07 mg/kg ตามล าดับ) แสดงว่า Acetone เป็นตัวท าละลายที่ดีสุด จึงควรเลือกใช้ Acetone เป็น ตัวท าละลายในการสกัดสารต้านอนุมูลอิสระจากเปลือกของผลมังคุด นอกจากนี ้ล าดับของตัวท าละลายที่ ใช้ในการสกัด สารต้านอนุมูลอิสระจากเปลือกของผลมังคุด รองลงมาคือ Acetonitrile, Ethyl Acetate, Dichloromethane, 80 % (v/v) Acetone, Methanol, 80 % (v/v) Methanol, n-Hexane, Ethanol, 80 % (v/v) Ethanol และ Purified Water ตามล าดับ ในตัวอย่างสารสกัดจากเมล็ดของผลมังคุดแบบอบแห้ง พบว่า ตัวท าละลาย Dichloromethane (Dichloromethane extract) มีปริมาณสารฟี นอลิกทั้งหมดสูงสุด (มีค่าเท่ากับ 8.77 ? 0.12 g GAE / 100 g) มีปริมาณสารฟลาโวนอยด์ ทั้งหมดสูงสุด (มีค่าเท่ากับ 96.30 ? 0.24 g RTE / 100 g) และค่า IC 50 ของสารสกัดตัวอย่างต ่าสุดด้วยวิธี DPPH assays และ ABTS assays ข (มีค่าเท่ากับ 38.04 ? 0.12 mg/kg และ 27.42 ? 0.17 mg/kg ตามล าดับ) แสดงว่า Dichloromethane เป็นตัวท าละลายที่ ดีสุด จึงควรเลือกใช้ Dichloromethane เป็นตัวท าละลายในการสกัดสารต้านอนุมูล อิสระจากเมล็ดของผลมังคุด นอกจากนี ้ล าดับของตัวท าละลายที่ ใช้ในการสกัด สารต้านอนุมูลอิสระจาก เปลือกของผลมังคุด รองลงมาคือ Ethyl Acetate, Acetonitrile, Dichloromethane, Acetone, 80 % (v/v) Acetone, Ethanol, Methanol, 80 % (v/v) Ethanol และ 80 % (v/v) Methanol, Purified Water และ nHexane โดยให้ค่าปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระน้อยสุด ตามล าดับ ค ำส ำคัญ: มังคุด, สารฟี นอลิกทั้งหมด, สารฟลาโวนอยด์ ทั้งหมด, ดีพีพีเอช, เอบีทีเอส