โครงการศึกษาค่าที่เหมาะสมสำหรับแปลงยานพาหนะประเภทต่างๆเป็นรถยนต์นั่งเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมจราจร
บทคัดย่อ
1. ความเป็นมา การแปลงยานพาหนะประเภทอื่นๆ ให้เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นกระบวนการสำคัญเพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์และประเมินผลทางด้านวิศวกรรมจราจร การแปลงดังกล่าวนี้จะใช้ค่าสัมประสิทธิ์เทียบเท่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car Equivalent: PCE) ซึ่งค่าดังกล่าวจะเป็นค่าเฉพาะที่ใช้ต่างกันตามประเภทของยานพาหนะ มาคูณกับปริมาณของยานพาหนะประเภทนั้นๆ ซึ่งผลลัพธ์จะทำให้มีหน่วยเดียวกัน คือ จำนวนคันรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car Unit: PCU) อนึ่งค่า PCE ที่ใช้กันในอดีตมักจะเป็นค่าที่อ้างอิงหรือนำมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมในการขับขี่ ประเภทรถ กำลังรถ และขนาดรถต่างจากประเทศไทย นอกจากนี้ถึงแม้ว่าในอดีตได้เคยมีการศึกษาเพื่อหาค่า PCE จากหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศไทยมาบ้าง แต่การศึกษาดังกล่าวมักจะเป็นการศึกษาที่มีขอบเขตที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโครงการดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นค่า PCE ของยานพาหนะในทุกๆ กรณีที่ต้องการ และเนื่องจากเป็นการศึกษาที่ได้ทำเมื่อนานมาแล้ว ทำให้คุณลักษณะของยานพาหนะแตกต่างจากในปัจจุบัน ดังนั้นสำนักวิจัยและพัฒนางานทาง กรมทางหลวง จึงได้ดำเนินการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาค่า PCE ของยานพาหนะแต่ละประเภทที่เหมาะสมกับทางหลวงในประเทศไทย ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะเป็นการศึกษาในสภาพการจราจรบนช่วงทางหลวงที่อยู่บริเวณนอกเมืองและไม่มีทางแยกหลักเท่านั้น 2. การดำเนินการวิจัยโครงการฯ การดำเนินการวิจัยโครงการฯ เริ่มจากการทบทวนแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่า PCE การเก็บข้อมูลบนพื้นที่ศึกษาซึ่งเป็นช่วงทางหลวงที่ได้คัดเลือกมา จำนวน 36 แห่ง ครอบคลุมทั้งแบบ 2 ช่องจราจร 4 ช่องจราจร และมากกว่า 4 ช่องจราจร ตลอดจนความลาดชันบนทางหลวงตั้งแต่ทางราบและทางที่มีความลาดชันสูง โดยได้ทำการเก็บข้อมูลจุดละ 2 วัน ในช่วงเวลาตั้งแต่ 06:00 – 18:00 น. จากนั้นจึงทำการถอดข้อมูลสัญญาณภาพจากกล้องวิดีทัศน์ เพื่อหาค่าปริมาณการจราจรจำแนกประเภท ความเร็วของการจราจร และระยะห่างของยานพาหนะแบบช่วงเวลา (Time Headway) ของยานพาหนะประเภทต่าง ๆ โดยการศึกษานี้ได้ใช้ค่าเฉลี่ยช่วงเวลาจากท้ายรถคันหน้าถึงท้ายของรถคันที่ตามหลัง (Lagging Time Headway: LTH) ซึ่งเป็นค่าที่แสดงถึงขนาด ความเร็ว และความอิสระของยานพาหนะมาทำการวิเคราะห์เป็นราย 15 นาที แล้วจึงนำค่า LTH ของยานพาหนะแต่ละประเภทที่ได้มาคำนวณเพื่อหาค่า PCE ของยานพาหนะแต่ละประเภทต่อไป 3. สรุปผลการศึกษา ผลจากการทบทวน พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์เทียบเท่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car Equivalent, PCE) เป็นค่าที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการศึกษาด้านวิศวกรรมจราจร การวางแผนและการออกแบบทางหลวง รวมถึงการวิเคราะห์ทางจราจร ทั้งนี้ผลจากการทบทวนยังพบว่า วิธีการวิเคราะห์จากระยะห่างของยานพาหนะ (Headway Method) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการศึกษาภายใต้โครงการนี้ ทั้งนี้ผลจากการวิเคราะห์เพื่อหาค่า PCE ของยานพาหนะแต่ละประเภทพบว่า ค่า PCE ของยานพาหนะจะมีค่าแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับลักษณะของทางหลวง คือ จำนวนช่องจราจรและความลาดชันของทางหลวง ซึ่งผลจากการวิเคราะห์พบว่า ค่า PCE ของยานพาหนะมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 0.70 ถึง 2.20 ซึ่งผลจากการจัดกลุ่มยานพาหนะที่มีค่า PCE สามารถจัดกลุ่มได้เป็น 10 ประเภท ดังนี้ 1) รถจักรยานยนต์ (0.70 PCU) 2) รถสามล้อเครื่อง (0.90 PCU) 3) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (1.00 PCU) 4) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (1.10 PCU) 5) รถบรรทุกขนาดเล็ก 4 ล้อ (1.15 PCU) 6) รถโดยสารขนาดเล็ก 4 ล้อ (1.35 PCU) 7) รถโดยสารขนาดกลาง 6 ล้อ (1.65 PCU) 8) รถบรรทุกกลาง 6 ล้อ (ขนาด 2 เพลา) (1.65 PCU) 9) รถโดยสารขนาดใหญ่ 10 ล้อ (2.00 PCU) และ 10) รถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อ (ขนาด 3 เพลา) ขึ้นไป (2.20 PCU) นอกเหนือจากผลการดำเนินงานหลักข้างต้น ภายใต้โครงการนี้ยังได้มีการจัดการจัดทำข้อเสนอแนะและแผนงานวิจัยสำหรับการวิจัยค่า PCE ต่อไปในอนาคต และยังได้จัดทำคู่มือเพื่อหาค่า PCE บนช่วงทางหลวง วิดีทัศน์สรุปภาพรวมโครงการฯ และการอบรมเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการ