การตรวจสอบความเป็นพิษและฤทธิ์ทางชีวภาพของว่านขันหมาก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ ว่านขันหมาก (Aglaonema simplex BL.) เป็นพืชในวงศ์ Araceae ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ มีสรรพคุณทางเภสัชมากมาย แต่ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีววิทยา และการศึกษาความเป็นพิษของว่านขันหมาก งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสารพฤกษเคมี ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น ต้านภูมิแพ้ และต้านการอักเสบของสารสกัดว่านขันหมาก รวมถึงการทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์เพื่อประเมินความเป็นพิษจากการใช้ว่านขันหมากในระยะยาว ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดหยาบของว่านขันหมากที่ได้จากการสกัดผลอบแห้งบดโดยใช้ 95% เอทิลแอลกอฮอล์มีสารประกอบฟีนอลิกเทียบเท่าน้ำหนักกรดแกลลิค 56.73?0.37 มิลลิกรัมต่อกรัมสารสกัดแห้ง มีสารประกอบฟลาโวนอยด์เทียบเท่าน้ำหนักคาเทชิน 5.03?0.03 มิลลิกรัมต่อกรัมสารสกัดแห้ง มีสารโปรแอนโทไซยานิดินเทียบเท่าน้ำหนักคาเทชิน 7.02?0.12 มิลลิกรัมต่อกรัมสารสกัดแห้ง ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเมื่อประเมินโดยวิธี DPPH มีค่า IC50 เท่ากับ 399.77?15.33 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และมีค่า FRAP เทียบเท่าน้ำหนักวิตามินซี 44.07?0.59 ไมโครกรัมต่อกรัมสารสกัดแห้ง ในช่วงความเข้มข้นของสารสกัดที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์โดยตรง (125-500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) สารสกัดสามารถลดการสร้างอนุมูลอิสระ (Reactive oxygen species) ภายในเซลล์แมคโครฟาจ RAW264.7 เมื่อถูกชักนำให้เกิดสภาวะเครียดออกซิเดชั่นโดย tert-Butyl hydroperoxide และติดตามโดยใช้ DCFH-DA ที่สามารถให้สารเรืองแสง สารสกัดที่ความเข้มข้น 125-500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มีฤทธิ์ต้านภูมิแพ้ สามารถยับยั้งการการหลั่งเอนไซม์ ?-hexosaminidase ที่หลั่งร่วมกับสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ จากเซลล์ของ rat basophil leukemia (RBL-2H3) เมื่อถูกกระตุ้นจากแอนติเจนให้หลั่งสารก่อภูมิแพ้จากแกรนูล (degranulation) ความสามารถของสารสกัดในการยับยั้งการหลั่ง ?-hexosaminidase แปรผันตามความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ นอกจากนั้น สารสกัดที่ความเข้มข้น 125-500 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรยังสามารถยับยั้งการผลิตไนตริก-ออกไซด์ควบคู่กับการลดระดับการแสดงออกของเอนไซม์ iNOS และ COX-2 ใน RAW 264.7 เซลล์ที่กระตุ้นด้วย LPS (1 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร) และ IFN-? (25 ยูนิดต่อมิลลิลิตร) การศึกษาฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดพบว่า สารสกัดที่ปริมาณ 500 และ 1,000 ไมโครกรัมต่อจานเพาะเชื้อ ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ เมื่อทดสอบโดยวิธีของเอมส์ (Ames test) โดยรวมการศึกษาชี้ชัดว่า สารสกัดจากผลของว่านขันหมากเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่มีราคาถูก และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ควรค่าต่อการศึกษาและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาจากธรรมชาติหรือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อไปในอนาคต?