Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของสารสกัดว่านมหาเมฆ

กรกนก อิงคนินันท์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ว่านมหาเมฆ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcuma acruginosu Roxb. เป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae จากการศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มผู้วิจัย พบว่าสารสกัดเฮกเซนจากเหง้าของว่านมหาเมฆมีฤทธิ์ด้านเเอน โดรเจนทั้งในระดับหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง สมุนไพรที่มีฤทธิ์ด้านแอนโครเจนนี้ อาจนำไป พัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เช่น รักษาภาวะศีรษะล้านหรือต่อมลูกหมากโต จึงเป็นที่ น่าสนใจที่จะศึกษาว่านมหาเมฆ ทั้งทางด้านเคมี เภสัชวิทยา พิษวิทยา และความคงตัวทางเภสัชกรรม เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป ผู้วิจัยได้แยกสารด้านแอนโดรเจนจากว่ากว่านมหาเมฆ พบว่าเป็นสารกลุ่ม sesquiterpene คือ genncarone zederone lint dehydrocurdione lAgh gesmacsome สามารถมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ในหลอด ทคลองมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสารอื่นๆ ๆ germacrone 1) ถูกนำไปศึกษาต่อในสัตว์ทดลองโดยดู ความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มขนาดของ ปิลปะ gland ซึ่งเป็นเม็ดสีที่มีความไวต่อแอนโดรเจนของ หนูตะเภา พบว่าในทุก dose ของ germacrone (3, 30 และ 100 pg ต่อวัน) สามารถยับยั้งการเพิ่มขนาด ของ ปิank glond ได้ดีเมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน 6กอะteride ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึง การเป็น 50.-reductase inhibitor ขอ4 germacrone เมื่อศึกษาเพิ่มเติมถึงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากเพาะเลี้ยงที่กระตุ้น ด้วย testosterone (LNCaP cell proliferation) 00ง germacrone พบว่าที่ความเข้มขั้นของ 5 mM มี แนวโน้มในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ได้แม้ว่าจะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจที่จะ ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป นอกจากนี้ ผลการทคลองแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการออกฤทธิ์ของ germacrome ในการป็นสารด้านแอนโดรเจนไม่กี่ยวข้องกับการจับกับ ๓๙๘๓๕๓๘๓๓ rระ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาฤทธิ์ในการด้านอาการต่อมลูกหมากโลของสารสกัดว่านหานหามมหามามามหามาม และ ศึกษาผลต่อขนาดร่างกายและอวัยวะภายใน รวมถึงพฤดิกรรมการสืบพันธุ์ ในหนูทดลองที่ถูกชักนำให้ เกิดภาวะต่อมลูกหมากโต พบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆในขนาด 10-1000 มก/กก. ไม่ได้ช่วยลดภาวะ ต่อมลูกหมากโตได้เท่ากับผลของยา 6๓ละteride โดยที่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าสารสกัดว่านมหาเมออก ฤทธิ์ 501-reductase type II ที่พบมากบริเวณผิวหนัง ดังนั้น งานวิจัยขั้นต่อไปควรมุ่งศึกษาผลการด้าน ภาวะผมหลุดร่วงจากฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจน เพื่อทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดว่านมหาเมฆ ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบโดยให้สารสกัดว่าน มหาเมฆทางปากทั้งขนาด 2 ก/กก. ครั้งเดียวหรือขนาด 1, 10, และ 100 มก/กก. แก่หนูแรทเป็นเวลา 90 วัน ไม่มีผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ต่อลักษณะทางโครงร่างและจุล พยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อ และต่อผลทางโลหิตวิทยาของอวัยวะภายในของหนูทดลอง จากการทดสอบการ ระคายเคืองในกระค่ายพบว่า สารสกัดส่งผลให้เกิดอาการแดงเล็กน้อยของผิวหนังกระต่ายทุกตัวที่เวลา 24 และ 48 ชั่วโมง ซึ่งอาการดังกล่าวหายไปภายในชั่วโมงที่ 72 ของการตรวจผล ส่วนการทศสอบการ ระคายเคืองในหนูแรท ไม่พบอาการผิดปกติในหนูทุกตัวที่ได้รับสารสกัดว่านมหาเมฆ หนูทั้งในกลุ่ม ควบคุมและกลุ่มทดสอบ ผลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความปลอดภัยของการประยุกต์ใช้สารสกัดว่าน มหาเมฆเมื่อประอุกต์สารสกัดโดยรับประทานทางปากหรือการทาบนผิวหนัง จากการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของสารสกัดเฮกเซนของว่านมหาเมฆ พบว่ามีลักษณะขั้นใส สีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นหอม สารสกัดมี p14 4 , จุดเดือด 150.98 9C, ค่า rective index ที่ 20*C เท่ากับ 1.52739 และค่าความความหนาแน่นที่ 25 "C เท่ากับ 1.0351 สำหรับการทศสอบ ความคงสภาพ (stability tests) สารสกัดยังคงคุมบัติ anti-androgenic activity เท่ากับ ค่าที่ baseline เมื่อทดสอบที่อุณหภูมิ 70 %C (1 b), 50 9C (I m) และ 37 9C (3 m) แต่มีความไวต่อแสงแสงแดล (photoreaction) ซึ่งส่งผลให้ acity ลดลงถึง 30% เมื่อทดสอบกับแสงแดด ที่ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยัง พบว่าสารสกัดยังคงคุณสมบัติในการเป็น anช่-androgen ใน pH ที่เป็นกรด ได้ดีกว่าเมื่ออยู่ใน pH กลาง และด่างตามลำดับ จากการศึกษาทั้งทางเคมี กายภาพ ทางเภสัชวิทยาและพิมวิทยา พบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆสาร ออกฤทธิ์ในกลุ่ม sesquiterpenoids มีฤทธิ์ด้านเเอน โครเจนและมีความปลอดภัย จึงมีศักยภาพที่จะพัฒนา ต่อ เพื่อใช้ในการด้านแอนโดรเจน โดยมีแนวโน้มที่จะใช้ในการรักษา androgenic alopecia (ภาวะผม ร่วงที่เกิดจากแอนโครเจน) ได้มากกว่าที่จะใช้ในการรักษาต่อมลูกหมากโด

คำสำคัญ

alopecia5-alpha-reductase inhibitorsbenign prostrate hyperplasia <br />ว่านมหาเมฆ สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทส ผมร่วง ต่อมลูกหมากโต <br />Curcuma aeruginosa

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้พลุสารดูดความชื้นที่มีผลต่อลักษณะเมฆฟิสิกส์ที่ระดับฐานเมฆคิวมูลัส

หนึ่งหทัย ตันติพลับทอง พ.ศ. 2557

การศึกษาหาสารต้านอะเซติลโคลีนเอสเตอเรสจากต้นทุ้งฟ้า

กรกนก อิงคนินันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2553

การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ : ภาพรวม และวิธีการตรวจสอบ

ลัพธ์พร สวราชย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558

การศึกษาระบบตัวทำละลายของการสกัดสารประกอบฟีนอลิก สารประกอบ ฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดจากดอกดาวเรืองสด

กาญจนา วงศ์กระจ่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2558

เทคโนโลยีของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ

ชุตินันท์ พึ่งเกตุ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พ.ศ. 2557

โครงการศึกษากระบวนการเมฆฟิสิกส์ในขั้นตอนก่อเมฆ

ฐิติกร จรรยาธรรม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พ.ศ. 2564

การพัฒนาอาหารฟังก์ชันจากดอกชมจันทร์

นิอร โฉมศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

การพัฒนาอาหารฟังก์ชันจากดอกชมจันทร์

นิอร โฉมศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2558

การศึกษาฤทธิ์ต้านอาการต่อมลูกหมากโตของสารสกัดหยาบว่านมหาเมฆในหนูแรท

นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2552

การศึกษาอิทธิพลของแกนกลั่นตัวของเมฆ และอนุภาคละอองลอยในกระบวนการเกิดฝนในประเทศไทย : กรณีศึกษาภาคเหนือ

ฐิติกร จรรยาธรรม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พ.ศ. 2558