การศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของสารสกัดว่านมหาเมฆ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ว่านมหาเมฆ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcuma acruginosu Roxb. เป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae จากการศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มผู้วิจัย พบว่าสารสกัดเฮกเซนจากเหง้าของว่านมหาเมฆมีฤทธิ์ด้านเเอน โดรเจนทั้งในระดับหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง สมุนไพรที่มีฤทธิ์ด้านแอนโครเจนนี้ อาจนำไป พัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เช่น รักษาภาวะศีรษะล้านหรือต่อมลูกหมากโต จึงเป็นที่ น่าสนใจที่จะศึกษาว่านมหาเมฆ ทั้งทางด้านเคมี เภสัชวิทยา พิษวิทยา และความคงตัวทางเภสัชกรรม เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป ผู้วิจัยได้แยกสารด้านแอนโดรเจนจากว่ากว่านมหาเมฆ พบว่าเป็นสารกลุ่ม sesquiterpene คือ genncarone zederone lint dehydrocurdione lAgh gesmacsome สามารถมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ในหลอด ทคลองมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสารอื่นๆ ๆ germacrone 1) ถูกนำไปศึกษาต่อในสัตว์ทดลองโดยดู ความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มขนาดของ ปิลปะ gland ซึ่งเป็นเม็ดสีที่มีความไวต่อแอนโดรเจนของ หนูตะเภา พบว่าในทุก dose ของ germacrone (3, 30 และ 100 pg ต่อวัน) สามารถยับยั้งการเพิ่มขนาด ของ ปิank glond ได้ดีเมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน 6กอะteride ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึง การเป็น 50.-reductase inhibitor ขอ4 germacrone เมื่อศึกษาเพิ่มเติมถึงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากเพาะเลี้ยงที่กระตุ้น ด้วย testosterone (LNCaP cell proliferation) 00ง germacrone พบว่าที่ความเข้มขั้นของ 5 mM มี แนวโน้มในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ได้แม้ว่าจะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจที่จะ ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป นอกจากนี้ ผลการทคลองแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการออกฤทธิ์ของ germacrome ในการป็นสารด้านแอนโดรเจนไม่กี่ยวข้องกับการจับกับ ๓๙๘๓๕๓๘๓๓ rระ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาฤทธิ์ในการด้านอาการต่อมลูกหมากโลของสารสกัดว่านหานหามมหามามามหามาม และ ศึกษาผลต่อขนาดร่างกายและอวัยวะภายใน รวมถึงพฤดิกรรมการสืบพันธุ์ ในหนูทดลองที่ถูกชักนำให้ เกิดภาวะต่อมลูกหมากโต พบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆในขนาด 10-1000 มก/กก. ไม่ได้ช่วยลดภาวะ ต่อมลูกหมากโตได้เท่ากับผลของยา 6๓ละteride โดยที่ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าสารสกัดว่านมหาเมออก ฤทธิ์ 501-reductase type II ที่พบมากบริเวณผิวหนัง ดังนั้น งานวิจัยขั้นต่อไปควรมุ่งศึกษาผลการด้าน ภาวะผมหลุดร่วงจากฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจน เพื่อทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดว่านมหาเมฆ ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบโดยให้สารสกัดว่าน มหาเมฆทางปากทั้งขนาด 2 ก/กก. ครั้งเดียวหรือขนาด 1, 10, และ 100 มก/กก. แก่หนูแรทเป็นเวลา 90 วัน ไม่มีผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ต่อลักษณะทางโครงร่างและจุล พยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อ และต่อผลทางโลหิตวิทยาของอวัยวะภายในของหนูทดลอง จากการทดสอบการ ระคายเคืองในกระค่ายพบว่า สารสกัดส่งผลให้เกิดอาการแดงเล็กน้อยของผิวหนังกระต่ายทุกตัวที่เวลา 24 และ 48 ชั่วโมง ซึ่งอาการดังกล่าวหายไปภายในชั่วโมงที่ 72 ของการตรวจผล ส่วนการทศสอบการ ระคายเคืองในหนูแรท ไม่พบอาการผิดปกติในหนูทุกตัวที่ได้รับสารสกัดว่านมหาเมฆ หนูทั้งในกลุ่ม ควบคุมและกลุ่มทดสอบ ผลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความปลอดภัยของการประยุกต์ใช้สารสกัดว่าน มหาเมฆเมื่อประอุกต์สารสกัดโดยรับประทานทางปากหรือการทาบนผิวหนัง จากการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของสารสกัดเฮกเซนของว่านมหาเมฆ พบว่ามีลักษณะขั้นใส สีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นหอม สารสกัดมี p14 4 , จุดเดือด 150.98 9C, ค่า rective index ที่ 20*C เท่ากับ 1.52739 และค่าความความหนาแน่นที่ 25 "C เท่ากับ 1.0351 สำหรับการทศสอบ ความคงสภาพ (stability tests) สารสกัดยังคงคุมบัติ anti-androgenic activity เท่ากับ ค่าที่ baseline เมื่อทดสอบที่อุณหภูมิ 70 %C (1 b), 50 9C (I m) และ 37 9C (3 m) แต่มีความไวต่อแสงแสงแดล (photoreaction) ซึ่งส่งผลให้ acity ลดลงถึง 30% เมื่อทดสอบกับแสงแดด ที่ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยัง พบว่าสารสกัดยังคงคุณสมบัติในการเป็น anช่-androgen ใน pH ที่เป็นกรด ได้ดีกว่าเมื่ออยู่ใน pH กลาง และด่างตามลำดับ จากการศึกษาทั้งทางเคมี กายภาพ ทางเภสัชวิทยาและพิมวิทยา พบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆสาร ออกฤทธิ์ในกลุ่ม sesquiterpenoids มีฤทธิ์ด้านเเอน โครเจนและมีความปลอดภัย จึงมีศักยภาพที่จะพัฒนา ต่อ เพื่อใช้ในการด้านแอนโดรเจน โดยมีแนวโน้มที่จะใช้ในการรักษา androgenic alopecia (ภาวะผม ร่วงที่เกิดจากแอนโครเจน) ได้มากกว่าที่จะใช้ในการรักษาต่อมลูกหมากโด