การศึกษาการถ่ายเทมวลคาร์บอนของการผลิตอาหารประเภทเนื้อจากการ ทำฟาร์มปศุสัตว์: กรณีศึกษา จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สภาวะเรือนกระจกก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง ตัวการ ที่ก่อให้เกิดปัญหานี้คือ แก๊ส CO2 และ CH4 การทำปศุสัตว์โดยเฉพาะโคนม โคเนื้อและกระบือ และการใช้พลังงานสำหรับการเลี้ยงสุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่เพื่อการผลิตเนื้อ นม ไข่เป็นสาเหตุของการเพิ่มปริมาณ CO2 และ CH4 ในชั้นบรรยากาศ ดังนั้นจึงควรศึกษาเพื่อพัฒนาค่าการปลดปล่อยคาร์บอนจากการทำฟาร์มโคนม โคเนื้อ กระบือ สุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ และเพื่อศึกษาอัตราการถ่ายเทมวลคาร์บอนจากในพืชอาหารสัตว์ไปสู่สัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยการกิน การศึกษาอัตราการปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนจากการใช้พลังงานที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตเนื้อ นม ไข่ และจากการทำฟาร์ม ปศุสัตว์ในจังหวัดนครราชสีมา กระทำโดยสำรวจเก็บข้อมูลจากฟาร์ม และโรงฆ่าสัตว์ใน 26 อำเภอและ 6 กิ่งอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา จำนวนตัวอย่างของฟาร์มในแต่ละอำเภอ และกิ่งอำเภอ และตัวสัตว์แต่ละชนิดจะคำนวณจากการประมาณค่าเฉลี่ยประชากรที่ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% และวิเคราะห์ตัวอย่างพืชอาหาร มูลสัตว์ และเนื้อสัตว์ในห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษาพบว่า ค่าการปลดปล่อยคาร์บอนที่น้ำหนักตัวของสัตว์เท่ากันจากการใช้พลังงานของฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ หรือสหกรณ์โคนม และตัวของโคนม โคเนื้อ กระบือ สุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ มีค่าเท่ากับ 0.0072, 0.0066,0.0051, 0.0339, 0.0851 และ 0.0450 กิโลกรัมคาร์บอน/กิโลกรัมน้ำหนักตัวสัตว์/วัน ตามลำดับ และค่าปริมาณการตรึงคาร์บอนในรูปของนม เนื้อ อวัยวะและไข่ไก่ของสัตว์ทั้ง 6 ชนิดที่ศึกษาเท่ากับ0.0095, 0.0102, 0.0104, 0.0062, 0.0111 และ 0.0136 กิโลกรัมคาร์บอน/กิโลกรัมน้ำหนักตัวสัตว์/วันตามลำดับ อัตราการถ่ายเทของปริมาณคาร์บอนจากหญ้าและพืชอาหารสัตว์ไปสู่ตัวของสัตว์แต่ละชนิดโดยการกินอาหารในแต่ละวันของโคนม โคเนื้อ กระบือ สุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ มีค่าเท่ากับ0.0154, 0.0148, 0.0143, 0.0087, 0.0184 และ 0.0220 กิโลกรัมคาร์บอน/กิโลกรัมน้ำหนักตัวสัตว์/วันตามลำดับ และยังพบอีกว่าตัวของกระบือสามารถปลดปล่อยคาร์บอนออกมาต่ำสุดเพียง 27.67% ของปริมาณคาร์บอนจากพืชที่ถ่ายเทเข้าสู่กระบือโดยการกินในขณะที่ไก่เนื้อ โคนม ไก่ไข่ โคเนื้อ และสุกรจะปลดปล่อยคาร์บอนออกมาเท่ากับ 39.53% 38.60% 38.10% 30.85% และ28.78% ตามลำดับแสดงให้เห็นว่าคาร์บอนที่ถูกปลดปล่อยออกจากการผลิตเนื้อไก่มีส่วนในการก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากกว่าการผลิตเนื้อโค สุกร และกระบือ รวมทั้งการผลิตนมโค และไข่ไก่ ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับประสิทธิภาพในการตรึงคาร์บอนของกระบือเท่ากับ 72.33% สุกร 71.22% โคเนื้อ 69.15% ไก่ไข่ 61.90% โคนม 61.40% และไก่เนื้อ 60.47% ดังนั้นการเลี้ยงกระบือและสุกร ควรถูกส่งเสริมมากกว่าการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ผลการศึกษาสามารถแสดงสมการความสัมพันธ์ระหว่างการปลดปล่อยคาร์บอนกับปริมาณคาร์บอนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวสัตว์โดยการกินพืชอาหารต่อตัวต่อวัน (Sig. F < 0.05) ดังสมการ C-emittedโคนม = 0.2907(Cพืช) + 0.6612 ที่ Adj. R2 =0.77, สมการ C-emittedโคเนื้อ = 0.1853(Cพืช) + 0.5515 ที่ Adj. R2 = 0.98, สมการ C-emittedกระบือ =0.1607(Cพืช) + 0.7559 ที่ Adj. R2 = 0.99, สมการ C-emittedสุกร = 0.1737(Cพืช) + 0.1007 ที่ Adj. R2 =0.78, สมการ C-emittedไก่เนื้อ = 0.6572(Cพืช) - 0.0112 ที่ Adj. R2 = 0.63 และสมการ C-emittedไก่ไข่ =0.6283(Cพืช) - 0.0107 ที่ Adj. R2 = 0.87 ตามลำดับ