การสร้างวัฒนธรรมการกินพาสาเกตแก่เด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการสร้างวัฒนธรรมการกินอาหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยกระบวนการ วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษารสนิยมการกินอาหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการกินอาหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ด 3) เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างวัฒนธรรมการกินพาสาเกตแก่เด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ด งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วย การศึกษาเอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ์ และการประชุมเชิงปฏิบัติ การโดยเน้นกระบวน การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีกลุ่มประชากรการศึกษาเป็นประชาชนชาวร้อยเอ็ดจำนวน 103 คน ผลการศึกษาพบว่า 1) รสนิยมการกินอาหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ดถูกปลูกฝังขึ้นภายในครอบครัวโดยมีรากฐานของอาหารจากสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรม หล่อหลอมเด็กปฐมวัยได้กิน และเกิดความชื่นชอบตามแบบอย่างผู้ใหญ่ในครัวเรือนคือการกินอาหารอีสานที่มีรสชาติเค็ม เรียกว่าอาหารแบบ ลาว ๆ เค็ม ๆ นั่นเอง 2) พฤติกรรมในการกินอาหารของเด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ด เกิดจากกินอาหารตามพื้นฐานของครอบครัว กินอาหารตามนโยบายของโรงเรียน และกินอาหารตามค่านิยม โดยผู้ปกครองมีอิทธิพลอย่างสูงที่สุดต่อพฤติกรรมการกินของเด็ก เพราะเลือกได้ว่าจะตามใจหรือมีกฎกติกา ตลอดจนมีคำอธิบายเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการกินของเด็ก ๆ 3) แนวทางการสร้างวัฒนธรรมการกินพาสาเกตแก่เด็กปฐมวัยในจังหวัดร้อยเอ็ด ควรเริ่มต้นที่ปลูกฝังจากครอบครัว โดยเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการประกอบอาหาร และเตรียมสำรับ ควรเปลี่ยนเมนูให้หลากหลายสอดคล้องกับวัย และจัดบรรยากาศให้เหมาะสมแก่การกิน โดยผู้ปกครองเป็นผู้ปลูกฝังและเป็นตัวอย่างให้เด็กสามารถกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ได้หลากหลาย