สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย โรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2551
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย โรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2551 Problems and Needs of the Pre-school Children’s Parents in Roi-Et Province นิธินาถ อุดมสันต์* ธีระศักดิ์ ดาแก้ว** ดร. เกรียงศักดิ์ ศรีสมบัติ* สุภิมล บุญพอก* เบญจวรรณ บุญโทแสง* ศุภชัย ราชอาจ* บทคัดย่อ การวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย โรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้คือผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2551 ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 350 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย โรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ดโดยภาพรวมมีความต้องการกิจกรรมเกมการศึกษามากที่สุด รองลงมาคือกิจกรรมสร้างสรรค์ และกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเป็นรายกิจกรรมพบว่า 1. กิจกรรมเสรี พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านมากที่สุด รองลงมาคือส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษา และส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุมีผลและทักษะในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมกับวัย ตามลำดับ 2. กิจกรรมสร้างสรรค์ พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการมากที่สุด รองลงมาคือส่งเสริมให้ฝึกทักษะด้านการสังเกต การคิด และการแก้ปัญหา และส่งเสริมการแสดงออก และมีความมั่นใจในตนเอง ตามลำดับ *********************** * อาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ** ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 3. กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการ 2 ประเด็นที่เท่ากันคือ พัฒนาอวัยวะทุกส่วนให้มีความสัมพันธ์ในขณะเคลื่อนไหว และส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออก มีความเชื่อมั่นในตนเอง และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รองลงมาคือฝึกให้เกิดทักษะในการฟังดนตรี หรือจังหวะต่าง ๆ และฝึกความจำและเสริมสร้างประสบการณ์ ตามลำดับ 4. กิจกรรมการเสริมประสบการณ์ พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการส่งเสริมการใช้ภาษาในการฟัง พูด และการถ่ายทอดเรื่องราวมากที่สุด รองลงมาคือส่งเสริมให้รู้จักปรับตัวในการเล่น และทำงานร่วมกับผู้อื่น และส่งเสริมและปลูกฝังให้มีคุณธรรม จริยธรรมตามลำดับ 5. กิจกรรมกลางแจ้ง พบว่า ผู้ปกครองต้องการส่งเสริมให้มีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีมากที่สุด รองลงมาคือส่งเสริมให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียด และส่งเสริมและพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการทำงานประสานสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ ตามลำดับ 6. กิจกรรมเกมการศึกษา พบว่า ผู้ปกครองมีความต้องการส่งเสริมให้ปลูกฝังให้มีคุณธรรมต่างๆ เช่น ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ความซื่อสัตย์มากที่สุด รองลงมาคือส่งเสริมการสังเกต จำแนก และเปรียบเทียบ และส่งเสริมการคิดหาเหตุผล และตัดสินใจแก้ปัญหา ตามลำดับ