นวัตกรรมการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายชุมชนเมืองกรุงเทพมหานครเพื่อการท่องเที่ยวระดับโลก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมเครือข่ายชุมชนเมืองกรุงเทพมหานคร และแนวทางในการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมเครือข่ายชุมชนเมืองกรุงเทพมหานครเพื่อการท่องเที่ยวระดับโลก โดยทำการเก็บข้อมูล ใน 3 เส้นทางอาหารในเขตบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ กับผู้ค้าขาย นักท่องเที่ยว ผู้ซื้อ 400 กลุ่มตัวอย่างและทำการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน เครือข่ายชุมชน คณะทำงานของถนนสายอาหาร พ่อค้า แม่ค้า ภาคธุรกิจและสำนักงานเขต จำนวน 40 คน พบผลการวิจัยว่า ประชาชนที่อยู่สตรีทฟู้ดส่วนใหญ่มีเฉพาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า และพนักงานที่ทำงานอยู่ในระแวกถนนสายอาหารเป็นผู้ซื้อสำคัญชี้ให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้า ประชาชน นักท่องเที่ยวมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสถานสายอาหาร เพราะด้วยปัจจุบันมีสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด 19 ทำให้คนไม่กล้าออกมาเดินถนนสายอาหารจึงสร้างความเดือนร้อนอย่างหนักให้กับทุกกลุ่มอาชีพ ถึงอย่างไรก็ตามประชาชนยังคิดเห็นว่าสตรีทฟู้ดในกรุงเทพมหานครควรเป็น ความหลากหลายของอาหาร อาหารตามใจลูกค้า เป็นอาหารที่นำมาขายต้องสะอาด ปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดการพัฒนาสตรีทฟู้ดไม่จำเป็นต้องไล่หาบเร่แผงลอยออกไป เพราะหาบเร่แผงลอยเป็นเสน่ห์ สำคัญมากของกรุงเทพมหานครแต่ต้องยกระดับคุณภาพอาหารให้หาบเร่แผงลอยมีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้นเพราะการมีหาบเร่แผงลอยประชาชนมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์สูงสุด อนึ่งการเกิดขึ้นของสตรีทฟู้ดเพื่อความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นจาก 3 หัวใจหลักที่จำเป็นต่อการสร้างเครือข่ายชุมชนเมืองนวัตกรรมการบริหารจัดการที่ให้ประโยชน์เกิดขึ้นทั้ง (1) ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ของการจัดถนนสายอาหาร (2) ผู้ค้า หาบเร่ แผงลอย (3) รัฐบาล มีการพัฒนาเชิงผสมผสานโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียจริง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังทั้งผู้ค้า ประชาชน คนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ภาครัฐที่ใช้ถนนสายอาหารร่วมกัน ดังนั้นสตรีทฟู้ดต้องอยู่กับวิถีชีวิตคนได้ไม่ใช่ถนนคนเดิน (walking street) ที่ต้องปิดถนนมาขายของร่วมกัน ต้องเกิดแนวทางสำคัญที่เรียกว่าต้องเปิดช่องว่างระหว่างถนนให้ค้าขายได้สร้างเครือข่ายออนไลน์ ออนไซต์ ออนสตรีท (online onsite onstreet) และต้องเกิดตลาดเฉพาะหาบเร่แผงลอยเป็นถนนสายอาหารของคนระดับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่เรียกว่า หาบเร่แผงลอยออนสตรีท