การขับเคลื่อนชุมชนเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการ การขับเคลื่อนชุมชนเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของคนรุ่นใหม่และผู้มีจิตอาสาให้สามารถยกระดับการทำงานและกิจกรรมขับเคลื่อนในระดับชุมชนไปสู่ความยั่งยืนและสร้างความยืดหยุ่นให้ชุมชนในการรับมือกับภาวะวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงของเมือง 2) เพื่อพัฒนาความสามารถทางเทคโนโลยีและดิจิทัลของชุมชนผ่านการทำงานและกิจกรรมขับเคลื่อนในชุมชน และ 3) เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และประสบการณ์ทำงานขับเคลื่อนในระดับชุมชนเพื่อยกระดับไปสู่่การพัฒนาข้อเสนอทางนโยบายเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตและความเปลี่ยนแปลงของเมือง ทางโครงการฯ ได้มีการสนับสนุนทุนในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับชุมชนจำนวน 12 แห่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนทั้งในมิติของพัฒนาอาสาสมัคร การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร การพัฒนาด้านทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนชุมชน ผลจากการขับเคลื่อนพบว่าชุมชนสามารถนำทุนที่ได้รับจากโครงการฯ ผนวกกับการพัฒนาศักยภาพจากโครงการฯ และเครือข่ายชุมชนไปปรับใช้ในการสร้างความเข็มแข็งและเพิ่มทุนในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนสร้างความยืดหยุ่นให้กับชุมชนได้ นอกจากนี้ ทางโครงการฯ ยังได้มีการสำรวจข้อมูลทุนด้านต่างๆ ของชุมชนและการเข้าถึงดิจิทัลของครัวเรือนเพื่อนำข้อมูลที่ได้ส่งมอบให้กับชุมชนในการขับเคลื่อนและตั้งโจทย์การทำงานต่อไป ผลการสำรวจได้พบข้อมูลและประเด็นที่มีความน่าสนใจจำนวนหนึ่ง ได้แก่ 1) สมาชิกครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างในชุมชนเป้าหมายสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ยกเว้นสมาชิกครัวเรือนที่เป็นผู้สูงอายุที่มีบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตหรือไม่มีการใช้อินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน อันสะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์ดิจิทัลและอินเตอร์เน็ตมีความสำคัญของชีวิตประจำวันของผู้คนในชุมชนมากขึ้น ทั้งในประเด็นของการเข้ากลุ่มทางสังคม การติดต่อสื่อสาร และการประกอบอาชีพ 2) ช่องทางการสื่อสารของชุมชนในลักษณะแบบดั้งเดิมทั้งหอกระจายข่าวในชุมชนหรือเสียงตามสาย และการกระจายข่าวผ่านร้านค้าในชุมชนยังเป็นช่องทางที่มีความสำคัญในการรับข่าวสารของสมาชิกในชุมชน ในขณะที่การรับข่าวสารผ่านกลุ่มไลน์ต่างๆ ของชุมชนมีแนวโน้มที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และ 3) การออมของครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างมีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงและเกินกว่าร้อยละ 50 ในทุกชุมชน อย่างไรก็ดี การออมส่วนใหญ่ยังมีลักษณะที่เป็นการออมไม่สม่ำเสมอ ในทางเดียวกันกับภาวะวิกฤตหรือขัดสน ที่ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายที่รายงานว่าเคยประสบภาวะวิกฤตหรือขัดสนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รายงานว่าส่วนใหญ่มีความถี่ประสบปัญหาดังกล่าวในเกือบทุกเดือน อันสะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนที่ประสบปัญหาดังกล่าวแล้วจะอยู่ในระดับปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรง