การพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจหมุนเวียนเชิงบูรณาการด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่อระบบขนส่งทางน้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<p>โครงการนี้ได้พิจารณาชุมชนริมคลองลาดพร้าวเป็นชุมชนต้นแบบ ซึ่งปัจจุบันชุมชนบางส่วนบริเวณริมคลองลาดพร้าวทางภาครัฐได้มีโครงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้มีการพัฒนาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยและการสัญจรริมน้ำ โดยก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ระยะทางรวม 45 กิโลเมตรในคลองลาดพร้าว และรื้อย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนริมคลอง เพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ รวม 50 ชุมชน จำนวน 7,069 ครัวเรือน โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณคลองลาดพร้าวซึ่งถือเป็นคลองที่ศักยภาพมากที่สุดในการพัฒนาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำร่วมกับทางราง ซึ่งยืนยันด้วยผลการวิเคราะห์ศักยภาพจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ จากโครงการ Hybrid Canals-Rail Connectivity : Linking Bangkok’s Canals Networks to Mass Rapid Transit Lines พ.ศ. 2557 – 2558 และ The Development of Community-Owned Canal Transit System, Boat Piers and Vicinity พ.ศ. 2559 – 2560 ภายใต้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และทุนสนับสนุนการศึกษาจาก The Rockefeller foundation โดยวิเคราะห์การเชื่อมโยงของโครงข่ายระบบคลองร่วมกับโครงข่ายระบบราง เพื่อวางแผนให้ประชาชนสามารถใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน และจากแผนการขยายโครงข่ายของระบบรางจากภาครัฐ เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางของประชาชนมากขึ้น โดยจากแนวความคิดที่ต้องส่งเสริมให้กรุงเทพมหานครมีเส้นทางน้ำที่มีศักยภาพและสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางเดินเรือได้ โดยมีจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายระบบรางจำนวนมาก ดังนั้น จึงควรสร้างให้เกิดการเชื่อมต่อของการเดินทางเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชนด้วยการวางแผนและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพื้นที่ และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน ด้วยการให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการทางธุรกิจด้วยตนเองเอง ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยในการทำให้ตอบสนองความต้องการในการเดินทางและเกิดความสะดวกสบายมากขึ้นในการสัญจรภายในพื้นที่และเชื่อมต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยสถานการณ์ของปัญหาชุมชนริมคลองและจากการต่อยอดการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาได้สร้างศักยภาพของชุมชนเพื่อเริ่มต้สร้างต้นทุนทางสังคมและช่วยส่งเสริมกระบวนการให้เกิดโมเดลทางธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่มีอยู่เพื่อให้ตรงกับความต้องการของชุมชน โดยให้ชุมชนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอง ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการภายใต้ศักยภาพและข้อจำกัดของชุมชนและสังคมให้เกิดความยั่งยืน และท้ายที่สุดแล้ว แผนการทางธุรกิจที่เสนอแนะจะสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกระดับของการวางแผน ทั้งชุมชน และตำบล เพื่อเสริมสร้างธุรกิจท้องถิ่นให้เกิดการเข้าถึงมากขึ้น</p>